2007/Sep/11

ว่าแล้วก็มาเล่าซะหน่อย พอดีนึกออกขึ้นมาเรื่องนึง แต่ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่นะคะ

ปกติ โรงเรียนจะมีจัดกิจกรรมให้เด็กๆ ที่นับถือคริสต์ไปอบรมฟื้นฟูจิตใจปีละครั้ง เหมือนกับไปเข้าค่ายศาสนาน่ะค่ะ ที่นี้ ที่ที่ไปเนี่ยมักจะเป็นโรงเรียนคริสต์ต่างจังหวัด ซึ่งมักจะมีวัดและสุสานอยู่ข้างๆ ดังนั้นกิจกรรมที่ขาดไม่ได้ในการไปอบรมทุกครั้งก็คือการไปเที่ยวชมสุสานและเจอผีค่ะ

(อธิบายนิดนึงว่าทำไมต้องไปชมสุสาน สุสานคริสต์จะเป็นหลุมคอนกรีตเรียงเป็นแถว ตกแต่งด้วยดอกไม้หรือรูปปั้น ขนาดเล็กใหญ่ตามกำลังทรัพย์เจ้าของหลุม เคยเจอบางหลุมที่มีรูปปั้นแกะสลักใหญ่ๆ สวยมากเลย เหมือนในหนังฝรั่งหลายๆ เรื่อง แต่จะไม่ใช่แบบเป็นหลุมดิน มีหญ้าปกคลุมนะคะ ของไทยจะตีกรอบเป็นหลุมคอนกรีตแล้วค่อยตกแต่งให้สวย ซึ่งถ้าไปกลางวันก็สวย น่าไปเดินเที่ยว แต่ถ้ากลางคืนก็คงน่ากลัวดี)

กลับเข้าเรื่องต่อ ก็มีครั้งนึง ไปอบรมแล้วตอนเย็นก็ไปเดินทัวร์สุสานกัน ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างนั้น จนถึงตอนกลางคืน จะเข้านอนกัน

อธิบายก่อนว่า ห้องนอนจะเป็นห้องยาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่นอนจะเป็นฟูกนอนวางเรียงกันเป็นแถวยาว 4 แถว แถวริมหันเท้าไปทางผนังแล้วหันหัวชนกับแถวถัดไป ดังนั้น แถวตรงกลางก็หันเท้าชนกัน ที่ว่างตรงกลางเป็นทางเดิน

ฉันกับเพื่อนก็เลือกนอน 3 ฟูกริมสุดด้านในของแถวติดผนังซึ่งจะมีหน้าต่างบานเกล็ดติดมุ้งลวดบานใหญ่เรียงกันไปตลอดผนังเลย โดยฉันนอนอันที่ 3

ตอนมาเลือกที่นอนตอนกลางวันเนี่ย ก็ลองไขบานเกล็ดดูวิวข้างนอก ชั้นที่นอนอยู่ชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด มองออกมาก็จะเห็นทางเล็กๆ คล้ายระเบียงอยู่นอกหน้าต่าง ด้านล่างมีเสากับพุ่มไม้เตี้ยๆ

ทีนี้พอจะนอนตอนกลางคืน ก็เก็บของ เตรียมตัวนอน ไฟปิดหมดแล้ว มีแต่แสงจากโคมไฟข้างล่างสว่างเข้ามาพอมองเห็น แต่เพื่อนๆ ยังคุยกันอยู่ เลยไม่รีบ เก็บไปเรื่อยๆ พอเสร็จก็ล้มลงนอน

มองไปหน้าต่างปลายเตียงก็เห็นเงาค่ะ อยู่ที่หน้าต่างปลายเท้าเพื่อนฟูกริมสุด เป็นเงาคล้ายๆ คน มีหัว แขน 2 ข้าง ส่วนลำตัว กำลังเคลื่อนไหวช้าๆ

ก็นอนมองตัวแข็งเลย จะสะกิดเพื่อนก็ไม่กล้าเพราะเพื่อน 2 คนหลับไปแล้ว ก็เลยสะกิดเพื่อนที่นอนอีกด้าน คราวนี้เพื่อนที่นอนข้างๆ ที่คุยกับเพื่อนอีกฝั่งอยู่เงียบไป แล้วก็ค่อยๆ เงียบไล่ไปเรื่อยๆ แถวที่หันหัวชนกันก็เงียบไปด้วย แสดงว่าเห็นเหมือนกันหมดแน่ๆ ระหว่างนอนดู เงานั้นก็อยู่ที่เดิม เคลื่อนไหวช้าๆ เหมือนคนยกแขนโบกไปมาขึ้นลง ประมาณเนี้ย

O
\/||\/
||

ก็สังเกตว่า แขนโบกช้ามาก เหมือนกิ่งไม้เวลาโดนลมพัด แถมไม่เคลื่อนที่อีก แต่ตอนกลางวันก็ดูแล้ว แถวนี้ไม่มีต้นไม้สูงๆ ซักต้น ต้นที่มีมีแต่พุ่มเตี้ยๆ ชั้นล่าง แถมมันไม่มีกิ่งยื่นๆ อย่างนี้ด้วย หรือใครออกไปเดินตรงระเบียงข้างนอก ก็ไม่น่าใช่ ดึกขนาดนี้แล้ว ก็นอนมองไป คิดไปจนหลับ

ตอนเช้าตื่นมา สิ่งแรกที่ทำคือ วิ่งไปไขบานเกล็ดออกค่ะ แล้วก็มองหาที่มากับเพื่อนอีกคนใหญ่เลย ไม่มีต้นไม้จริงๆ ค่ะ มองยังไงก็เห็นแต่พุ่มกลมๆ เตี้ยๆ ชั้นล่าง เสาที่มีก็มีแต่เสาตรงๆ ไม่มีปักไม้อะไรยื่นออกมา ลองหาไฟที่ส่องจากพื้นข้างล่างขึ้นมาก็ไม่มี

ยังไม่ยอมค่ะ เดินออกไปนอกห้อง ไปดูประตูที่เปิดออกไประเบียงเล็กๆ ได้น่ะค่ะ แล้วก็อึ้งรอบสอง ประตูล็อกกุญแจดอกใหญ่ แถมฝุ่นจับกุญแจหนาเตอะ มองยังไงก็ไม่เห็นว่าจะถูกไขให้ใครออกไปเดินเร็วๆ นี้แน่ ก็เลยตันอยู่แค่นั้น ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่า เงาที่เห็นนั่นเงาอะไรกันแน่

อีกเรื่องแถม คือ เกิดตอนไปอบรมครั้งเดียวกับข้างบนนี้ค่ะ

ตอนไปทัวร์สุสาน มีเพื่อนคนนึงไปหยิบเทียนกับดอกไม้ ที่ญาติเอามาวางหน้าหลุมขึ้นมาเล่น แล้วก็พูดตลกคะนองอะไรซักอย่าง

ปรากฏ คืนนั้น เค้าฝันเห็นผู้หญิงมายืนชี้หน้าว่าอยู่ปลายฟูกนอน ตอนเช้าเลยต้องไปบอกคุณพ่อพระสงฆ์ให้พาไปขอโทษเค้า

สรุปว่า ไปอบรมครั้งนั้น สยองขวัญกันทั่วหน้าเลยค่ะ


ต่อด้วยเรื่องตอนไปอบรมอีกนิด แต่เป็นคนละที่กับคราวก่อน ที่ใหม่ที่ไปนี้ไม่มีสุสานค่ะ ไม่ใช่โรงเรียน เป็นบ้านพักสำหรับให้มาทำกิจกรรม หรืออบรมแบบนี้น่ะค่ะ

ตึกที่นอนอยู่บนเนินเขาเตี้ยๆ ห้องนอนอยู่ชั้น 2 ถัดจากตึกนอน

ลงเนินมาพอสมควรจนถึงพื้นราบเป็นตึกทำกิจกรรม + กินข้าว เดินต่อมาอีก จะเป็นตึกต้อนรับมีสนามเด็กเล่นข้างตึก

ทีนี้ตอนกลางคืนที่เตรียมตัวนอนกัน ฉันก็ได้ยินเสียงเหมือนเสียงชิงช้าโยกดังเอี๊ยดอ๊าด ชิงช้าที่นั่งได้หลายๆ คน มักจะทำจากเหล็ก เวลาโยกจะมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดแบบนั้นน่ะค่ะ

ก็กลัวๆ คิดอยู่ว่าเอาแล้วไง ก็นอนไม่หลับ เสียงชิงช้าก็ยังดังเรื่อยๆ แต่แปลกที่ได้ยินเหมือนมันอยู่ใกล้มาก แค่ข้างตึก ทั้งที่ของจริงมันตั้งอยู่ข้างตึกต้อนรับด้านหน้าสุดโน้น ลงเนินไปอีก

ชิงช้าตัวก็ตั้งใหญ่ ลมอะไรจะแรงขนาดพัดมันโยกได้นานขนาดนี้ จะว่าคนมาเล่นก็ตั้งดึกดื่นแล้ว เด็กๆ แถวนี้ก็ไม่มี มีแต่พวกเรา

ก็พยายามสวดมนต์ ข่มให้หลับก็ไม่หลับ จนซักพักได้ยินเสียงครูที่นอนอยู่ห้องเดียวกันบอกให้สวดมนต์แล้วก็นอนได้แล้ว ก็เลยใจชื้นขึ้นมาหน่อยว่า ครูก็ยังไม่หลับเหมือนกัน เลยนอนหลับไปได้

ตอนเช้าก็นั่งคุยกับเพื่อนถึงเสียงเมื่อคืน เพื่อนสนิทคนนึง (ก็คนที่นอนฟูกที่ 2 ของเรื่องข้างบน ที่หลับไปก่อน ปล่อยฉันนั่งมองเงาอยู่คนเดียวนั่นแหละ) ก็บอกว่าได้ยินเหมือนกัน แถมได้ยินมากกว่านั้นด้วย เค้าตื่นมากลางดึก เพราะได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ดังมาก ยังกะมาวิ่งวนอยู่ในห้อง จะนอนต่อก็นอนไม่ได้ หนวกหูมาก ซักพักใหญ่กว่าเสียงจะเงียบไป เค้าถึงได้นอนต่อ

จากคุณ : แมวน้อยสีน้ำตาล - [ 2 พ.ค. 49 14:37:09 ]

2007/Sep/11

วันนี้ขออนุญาติเล่าอีกสักเรื่องนะคะ

อันนี้เป็นตอนที่เราไปเข้าค่ายปลูกป่าสมัยเรียน ม.6 ( ซึ่งนานมาแล้วนะค่ะ เหอ เหอ ) ไปค่ายนี้อะเขาจะไปกัน 2 คืน 3 วัน

คืนแรกนอนวัด คืนที่สองนอนในบ้านพัก ประมาณอุทธยานอะไรนี่แหละค่ะ แถบเขาเขียว ก็ไปกันหลายสิบคนนะค่ะ อาจารย์ก็ไปเยอะ เพื่อนเราก็เยอะ สนุกค่ะ

คืนแรก พวกเราก็ได้นอนที่ศาลาการเปรียญวัดซึ่งค่อนข้างใหญ่นะค่ะ มีสองชั้น ชั้นล่างนี่เขาไม่ได้ให้นอน แต่จะมีห้องน้ำอยู่ใกล้ ๆ บันไดให้ใช้ได้ (ข้างนอกก็มีเหมือนกัน ไม่ไกลนัก เราก็หาที่นอนกับเพื่อนได้กลาง ๆ นะค่ะ ( โชคดี อิ อิ )

พอตกกลางคืนก็เข้านอนหลับกันไป เราตื่นมาประมาณตีสอง แต่ดันคิดว่าเป็นตีห้าเพราะนาฬิกามันกลับหัว แถมยังมืดมาก ๆ ก็เลยไม่รู้ทำไรดี

นอนลืมตาสักพักก็ลงไปเข้าห้องน้ำด้านล่าง เงียบสนิทเลยค่ะ น่ากลัวพอควรเพราะไม่มีใครเลย ห้องน้ำก็กว้าง ๆ ยังคิดอยู่ว่าถ้าเจออะไรเข้า จะหนีออกทันไหมนี่ แต่ก็ไม่เจอ

ขึ้นไปเจอเพื่อนเรา มันก็ให้เราดูเวลาแล้วก็บอกให้ไปนอน เราก็เลยนอน ตกลงว่าคืนแรกไม่เจออะไร ซึ่งนับว่าเราโชคดีเพราะคนอื่นเจอกันทั่วหน้า

- เพื่อนเราคนหนึ่งบอกว่ามันตื่นมาตอนตีสี่เห็นผู้หญิงท่าทางเหมือนเราเดินไปเดินมาอยู่ระหว่างกลาง ( ลืมบอกไปว่าเรานอนแบบแบ่งข้างชายหญิงนะค่ะ หัวชนฝา ตรงกลางจะมาทางเดินค่อนข้างกว้าง)

- อาจารย์คนหนึ่งมาเล่าให้ฟังตอนกลับมาแล้วว่า กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากศาลาที่เราพักแล้วหายเข้าห้องน้ำไป โดยอาจารย์ก็ตามไปเพราะเป็นเวลาดึกพอสมควร เกรงว่านักเรียนจะเป็นอะไรหรือเปล่า ปรากฏว่าห้องน้ำว่างเปล่า

- รุ่นน้องที่นอนอยู่ใกล้ประตูทางเข้าบอกว่า ตื่นมากลางดึกเห็นผู้หญิงยืนอยู่นอกประตู ( ประตูเป็นมุ้งลวด ) ผมยาวมาก ๆ มากจนไม่น่าจะใช่พวกที่มาด้วยกัน เลยรีบหลับตาสวดมนต์จนหลับไป

งะ ได้ฟังแล้วเราก็เลยรู้สึกว่าโชคดีจังที่เราไม่เจอ หุ หุ

แต่พอคืนที่ 2 ที่นี่ไปพักกันที่บ้านพักอุทธยานน่ะค่ะ เขาจะแบ่งบ้านเป็นหลัง ๆ ในหนึ่งหลังก็จะแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นละ 2-3 ห้อง

จริง ๆ เรากะเพื่อนเราต้องไปนอนที่บ้านอีกหลัง ( ซึ่งน่าจะไปงะ ) แต่ด้วยความที่ติดเพื่อนอีกกลุ่มอยู่ ก็เลยแอบมานอนกะเขา ซึ่งเขาได้ห้องเป็นชั้นล่าง แล้วมันจะมีเหมือนเตียงหรือแคร่ให้นอน

ด้วยความที่คนเยอะจัด เราก็เลยต้องไปเบียด ๆ นอนกะเพื่อน มันส่งเราไปนอนชิดหน้าต่างเลยค่ะ ก่อนนอนมองออกไปเห็นพระจันทร์สวยมาก ๆ แต่พอหลับไปแล้วตื่นมากลางดึก บรรยากาศเงียบมาก ๆ เลย ไอ้เราก็ตื่นมาแล้วจะขยับตัวก็แทบไม่ได้ ( เราโดนนอนเบียดให้หันหน้าเข้าหาหน้าต่างเลยค่ะ )

ขณะที่กำลังพยายามข่มตาหลับ เราก็ดันมองไปเห็น ผู้ชายแก่ ๆ คนหนึ่งเดินอยู่ข้าง ๆ บ้านเรา จนมาหยุดที่หน้าต่างที่เรานอนอะ แก่มากจนเราชักเอะใจว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่หรืออาจารย์แน่

เราก็เลยแกล้งหลับตา ในความรู้สึกเหมือนเขามองนานมาก เลยแกล้งลืมตานิด ๆ มอง ก็เห็นแกยังมองอยู่ ทำอะไรไม่ถูกเลยค่ะ แทบอยากร้องไห้ แต่พอสักพักแกก็ไป

เรารีบพยายามนอนหันหลังให้หน้าต่างเลย กลัวแกมาอีกรอบ รุ่งเช้าเลยไปไหว้เจ้าที่ขอขมาลาโทษและขอบพระคุณที่ช่วยดูแล

เพื่อนเราที่นอนบ้านเดียวกันก็บอกว่าได้ยินเสียงเหมือนคนเดินสำรวจรอบ ๆ แต่คิดว่าคงเป็นอาจารย์

แต่พวกอาจารย์บอกว่าคืนนั้นไม่ได้เดินตรวจเลย เพราะรู้ว่าเด็กค่อนข้างเหนื่อย และมีเจ้าหน้าที่ดูแล อย่างมากก็เพียงมอง ๆ ว่ามีห้องไหนเปิดไฟอยู่หรือไม่ เท่านั้นเอง

จากคุณ : AeKra (AeKra) - [ 30 เม.ย. 49 20:35:14 ]

2007/Sep/11

เท่าที่เข้าใจ "นางหน้าห้อง" น่าจะหมายถึงข้ารับใช้เจ้านายในสมัยก่อน คล้ายๆ กับ "นางสนองพระโอฐถ์" ในสมัยนี้รึเปล่าคะ?? รอผู้รู้มาเฉลยดีกว่า

จากคุณ : กระปุกหมู (kee20th) - [ 29 เม.ย. 49 16:52:59 ]


ตอบจะคล้ายๆของคุณ กระปุกหมู

ตำแหน่งพวกนี้ จะเป็นพวกที่เคย อยู่ในวัง คอยรับใช้ พ่ออยู่หัวนั้นแหละครับ

คล้ายๆ พระสนม ลำดับต่างๆ.... โดยจะมีชื่อต่างๆกันไป ตามความ พึงใจของพ่อหลวง
เช่น นาง(หน้า)ห้อง นางใน ฯลฯ

นางห้อง จะเป็นผู้ดูแล นางในอีกที.....

นึกถึง แดจังกึม.... ตอนที่เพื่อน จังกึมได้ เป็น นางใน แล้วถ้า จังกึม ตอนนั้น ไปอยู่ด้วย ก็เป็น นางห้อง นั้นแหละครับ

และจะมีคนคอยจัดลำดับ ให้พ่ออยู่หัวไปหา ก็เป็น ตำแหน่ง ที่ครูของคุณใน อตีด นั้นแหละครับ

แต่ถ้า พ่ออยู่หัวพอใจ ก็เลื่อน อันดับไปตามความพึงใจ ไงครับ

จากคุณ : Memory Stick Duo Pro - [ วันแรงงาน 07:00:49 ]


สำหรับเรื่ององค์นั้นผมจะอธิบายให้ได้ จากที่รับรู้มานะ

ทุกคนมี องค์ กันแทบจะทุกคนละครับ องค์ในที่นี้ หมายถคึง เทพคุ้มครอง
ซึ่งแต่ละ องค์ ก็จะไม่เท่ากัน แบ่งตาม บารมี ของแต่ละคนด้วย....

เช่น คุณลาบ ชอบทำบุญสม่ำเสมอ.... ผลบุญที่คุณทำ ย่อม ตามคุณและองค์ของคุณไปด้วย ดูได้จาก สิ่งที่คุณเล่ามานั้นแหละ... ^___^

แล้ว คนที่มีองค์ ก็ไม่ได้ หมายความว่า จะต้องลงองค์ ทุกคน ขึ้นอยู่กับ ร่าง (ตัวเรา) และองค์ ว่ามีความต้องการ ตรงกันหรือไม่ เพราะไม่ใช่อยากลง ก็ลง ต้องมีครู ด้วยครับ

แล้วถ้าร่างเลือกที่จะรับลง(องค์) แล้ว ต้องปฎิบัติ ตัวให้มีศีล มีสัตย์ มีการเสริม บารมีตัวเองตลอดเวลา เพราะการลง(องค์) แต่ละครั้ง ใช้พลังชีวิต จะมากน้อย ขึ้นอยู่กับ องค์ของเราด้วย

ถ้าองค์ของเรา มีบารมี มากกว่าเรา พลังชีวิตเรา ถูกใช้ไปมาก... บางคนทำเกินตัว ก็อาเจียน เป็นไข้ ถ้านึกไม่ออก ก็คล้ายๆ คนโดนผีเข้า แล้วพอไล่ผีออกไปแล้ว จะเหนื่อยแบบนั้น แต่สำหรับเทพ คุณจะเหนื่อยกว่าหลาย 10 เท่า

ซึ่งจะเหนื่อยน้อยลง ก็ด้วย การทำบุญบารมีของร่างเอง ได้แก่ การทำบุญ การเจริญกรรมฐาน การสวดมนต์ การรักษาศีล

ซึ่งถ้าใครอ้างว่า มีเป็นร่างของ องค์โน้น องค์นี้ แล้วไม่ได้ ปฎิบัติตัวให้อยู๋ในศีลในธรรม นั้นโม้ 100%.....

แล้วตามที่บอกไปข้างต้น นั้นคือ องค์ที่ ลงมาโปรดมนุษย์ มาช่วยเหลือ เพื่อเสริมบารมีให้แก่องค์เอง เทพตามที่กล่าวไปแล้ว นั้น จะเป็นเทพที่ มีบารมีสูงๆ หรือเทพที่มีพลังมากพอ ที่จะปัดเป่า กรรมให้ของคนที่มาให้ช่วยเหลือลดน้อยลงได้บ้าง

ส่วนอีกแบบ ไม่ต้องที่จะลง แต่อยากให้ร่างทำบุญ เจริญกรรมฐาน สวดมนต์ รักษาศีล และอุทิศกุศลให้ ไม่ใช่เพราะ องค์เองทำไม่ได้ ไม่ใช่ แต่การที่ท่านมาทำผ่าน ตัวเรานั้นเพราะ ท่านต้องการทำให้ได้เต็มที่ เพราะถ้าท่านไม่มาผ่านเรา ก็ต้องอยู่ทางลับและปฎิบัติ อาจใช้เวลานาน... และได้ไม่เต็ม 100 (เขียนอธิบายไม่ถูก อ่ะ) แต่ถ้าผ่านตัวร่าง จะทำได้มากกว่า เช่น เป็นประธานกฐิน ผ้าป่า สร้างวัด แล้วร่างอุทิศให้กับ องค์โดยตรง เช่น

ทอดผ้าป่าสามัคคี สร้างศาลาอเนกประสงค์
ประธาน เจ้าแม่ลาบไก่ฯ
(โดยการนำของ คุณแม่ผ้าใบฯ)

เป็นต้น (ขออภัย ผู้ที่ถูกเอยนาม)

การทำเช่นนี้ ตัวองค์เทพเอง จะได้รับเต็มๆมากกว่า ที่จะคอยอยู่ทางลับ..... และจะต้องได้ร่างที่ดี ด้วยนะไม่งั้น ก็ไม่มีประโยชน์

ส่วนองค์จะมา จับ(ร่าง) ของใคร ก็ขึ้นอยู่กับร่างนั้น มีบารมีเท่าไร จะสนองความต้องการได้ เพียงพอไหม...

และที่สำคัญต้องเป็นคน ทำบุญ สวดมนต์ และรักษาศีล เป็นประจำสม่ำเสมอ ง่ายๆ ก็เป็นคนดี ไม่เบียดเบียนใคร ไม่ใส่ร้ายใคร คิดดีทำดี จิตใจงดงาม ฯลฯ ผมว่ารอบตัวคุณต้องมีให้เห็นอยู่บ้างแหละ

และส่วนใหญ่ เทพ ที่มา ก็อาจจะไม่เอ่ยนามให้รู้ เพราะไม่ต้องการ แต่ถ้าคุณ ที่คิดว่ามีองค์ คุ้มครองอยู่ แล้วอยากทราบนามท่านก็ตั้งใจ ขอให้เราได้ทราบนาม เวลาเราอุทิศส่วนกุศลจะได้เอ่ยนามได้ถูกต้อง ไม่ต้องบอกแค่ให้กับองค์ที่ดูแลรักษาเรา

พอตั้งใจแบบนั้นแล้วบางคนอาจจะ มีชื่อ ชื่อนึง แว้บเข้ามาในหัว หรือเวลาอ่านเรื่องราวเก่าๆ แล้วจะสดุด กับชื่อใด ชื่อหนึ่งหรือ รู้สึกผูกพัน กับยุดสมัย ใดสมัยหนึ่งในอดีต ก็นั้นแหละครับ.... คุณมาจากที่นั้นแหละ

เพราะอย่างของ ผมเอง ผมผูกผันกับ สุโขทัย... มากๆ
(ผมเกิด กรุงเทพนะ)

จากคุณ : Memory Stick Duo Pro - [ 2 พ.ค. 49 07:17:41 ]


ขอบคุณ คุณMemory Stick Duo Pro มาก ๆ เลย ได้ความรู้ไปเต็ม ๆ

เราเคยมีความรู้สึกคุ้นเคย ผูกพันและอบอุ่น แบบบอกไม่ถูกเวลาไปเมืองโบราณ แล้วเข้าไปดูที่ปราสาทอะไรสักอย่างจำชื่อไม่ได้ แล้วก็กลับไปฝันถึงด้วยอ่ะ ฝันถึงตอนที่เขากำลังสร้างปราสาทกันอยู่ แต่รายละเอียดเนี่ยไม่รู้ว่าอยู่ในสมัยไหน

เราเองยังรู้สึกประหลาดเลย เพราะว่าที่เมืองโบราณเนี่ยเขาจำลองสถานที่จริงมาใช่ป่ะ คือไม่ใช่สถานที่จริง แล้วเราก็ไม่รู้ว่าทำไมเราถึงรู้สึกอย่างนั้น

แต่พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เขาก็บอกว่าสงสัยเราจะเคยอยู่ในสมัยนั้นหรืออาจจะเคยมีส่วนสร้างปราสาทนั้นมั๊ง พอไปสถานที่จำลองที่ลักษณะเหมือนของจริงก็เลยมีความรู้สึกคุ้นเคย แล้วก็ทำให้เกิดความฝันแปลก ๆ นั่นก็ได้

แล้วช่วงนั้นเราก็ไปบ่อยมากเลย และจะชอบไปนั่งอยู่ข้างในปราสาทไม่ค่อยอยากจะกลับอ่ะ จนเพื่อน ๆ มันกลัวไม่กล้าจะเข้าไปกับเราแล้ว แต่เดี๋ยวนี้เราไม่ได้นานแล้วแหละ

จากคุณ : ผ้าใบกับสายลม - [ 2 พ.ค. 49 10:33:21 ]

2007/Sep/10

มาเล่าเรื่องต่อค่ะ เรื่องที่เราจะเล่าก้อได้มาจากนินทั้งนั้นแหละค่ะ แต่ไม่ใช่เรื่องผีน่ากลัวอะไรน่ะค่ะ เป็นเรื่องประสบการณ์ของนินเอง

เคยได้ยินใช่ไหมค่ะว่า เวลาไปนอนโรงแรม ถ้าเรานอนคนเดียวแต่มีสองเตียง ให้เอาของไปวางอีกเตียงนึง ความคิดนี้ก้อน่าจะคล้ายๆกับของนินค่ะ

ตอนที่เรียนอยู่สมัยมัธยมปลาย พวกเราจะชอบให้นินดูดวงให้บ่อยๆ นินก้อมองเห็นค่ะว่าใครตามหนึ่งในพวกเรามา ตอนนั้นเรานั่งดูดวงกันที่หอประชุมค่ะ เย็นแล้ว แล้วตรงกลางพวกเรามันก้อเว้นว่างไว้อยู่ค่ะ

นินก้อบอกว่าให้เอาของมาวางไว้ อย่าให้มีช่องว่าง มิฉะนั้นแล้ว เค้าจะมานั่งตรงที่ว่างนี่ด้วยค่ะ เราก้อนั่งติดตรงกลางพอดี ขนลุกเลย อย่าตามชั้นมาเลยนะ

นินเคยช่วยคนๆนึงไว้ ด้วยการเตือนเค้า ผลจากการเตือนและช่วยเค้าครั้งนั้น ทำให้เจ้ากรรมนายเวรไม่พอใจ และทำให้นินต้องขาดเรียนวิชานึง นินต้องขาดเรียนในวันที่นินช่วยคนนั้นไว้ ทุกสัปดาห์ ผลก้อคือห้ามออกจากหอเลย เพราะเค้าจะยืนรออยู่ น่ากลัวใช่ไหมล่ะค่ะ มารอเราทุกสัปดาห์ที่เดิมเนี่ยน่ะ เป็นเราคงย้ายหอไปเลยดีกว่า

เพื่อนๆรู้จัก "มีองค์" ไหมค่ะ นินก้อมีค่ะ แต่ของนินไม่ได้ไปขอให้องค์มาลงน่ะ องค์นี้เค้ามาหาเองค่ะ แล้วเค้าก้อไม่ได้มาน่ากลัวด้วย นินจะได้ยินเสียงของเค้าข้างหู คุยกับนินค่ะ เวลาเค้ามาเค้าก้อจะเขกหัวนินทีนึง บอกว่ามาแล้วนะ

ครั้งนึงนินดูดวงให้เรา ลืมบอกไป เรามีฝาแฝดด้วยคนนึง นินก้อดูให้ องค์บอกนินว่ามีคนตามเราทั้งคู่มา เพราะเราดวงผูกกัน นินมองไม่เห็นสิ่งที่ตามมานะคะตอนแรก ปกตินินจะเห็นถ้าตามมา แต่ผีตนนี้เค้าบังตัวเองไม่ให้เห็นค่ะ

นินจึงลองมองดูอีกทีก้อเห็นค่ะ นินบอกว่าเค้ามาเป็นอวัยวะ ไม่บอกว่าเป็นส่วนหัว หรือส่วนตัว นินถามเราว่าอยากเห็นไหม เราบอกว่าจะบ้าเหรอใครจะอยากเห็นวะ (หยาบนิดนึง) นินถามเค้าว่าตามมาทำไม เค้าก้อเหมือนจะไม่บอกค่ะ นินก้อเลยแผ่ส่วนกุศลไปให้ แล้วเค้าก้อไป ตอนนั้นอ่ะตัวเกร็งมากๆเลย ไม่กล้าหันหลังเลย เพราะนินบอกว่าตำแหน่งที่เค้าอยู่อ่ะ อยู่บนพื้นด้านหลังเรา ตอนนั้นเราอยู่บนเตียง

อีกเรื่องแล้วกันน่ะค่ะ นินเคยดูอดีตชาติให้น้องสาวเราด้วย

นินบอกว่าชาติที่แล้ว น้องเราแล้วก้อเรา เคยเป็นนางหน้าห้อง หมายถึงเมียน้อยหรือเปล่า เรากับน้องเราเป็นเพื่อนกันมาก่อน ซึ่งมีคุณครูเราในสมัยมัธยมคนนึง เป็นเหมือนนางหน้าห้องเหมือนเราด้วย เราก้อว่าแล้ว เพราะเรากับน้อง จะไม่ค่อยชอบครูคนนี้เท่าไหร่ ไม่เคยได้คุยกันนะคะ แต่จะรู้สึกไม่ค่อยชอบ เหมือนกัน ไม่รู้ทำไม ใครรู้บ้างค่ะว่านางหน้าห้องเป็นยังไงบอกด้วยน่ะ

วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ เอาไว้ว่างๆจะมาเล่าส่วนที่เหลือให้ฟังแล้วกันน่ะค่ะ อย่าลืมสวดแผ่เมตตาด้วยน่ะค่ะ เราไม่ค่อยสวดเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีสมาธิเลย

บุญรักษาค่ะ

จากคุณ : 19 interior monsters - [ 28 เม.ย. 49 23:32:44 A:58.8.86.229 X: ]

2007/Sep/10

เรื่องนี้ผมเคยเล่าไว้ในห้องหว้ากอครั้งนึงแล้วนะครับ
มันไม่น่ากลัวหรอกครับ แต่มันลี้ลับ, ลึกลับ มากกว่า

เรื่องที่ 1
วันนั้นผมอยู่บ้านคนเดียว พ่อกะแม่ไปธุระข้างนอก
ผมก็นั่งดูทีวีอะไรไปเรื่อยเปื่อย ขณะนั้น 5 โมงครึ่งเกือบ 6 โมง
หมาที่อยู่ตรงข้ามบ้านมันเห่าก่อน ผมก็นึกว่ามีคนเดินผ่าน
ปกติถ้าคนแปลกหน้าเดินผ่าน มันจะเห่าเตือน
ก็มองดู ปรากฏว่าไม่มีคนเดินผ่านน่ะครับ ทีนี้มันหอนหอนพร้อมกัน 2-3 ตัว
ผมก็เอะใจ ทำไมมันหอนอ่ะคราวนี้
ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก สักพัก คุณย่าโทรศัพท์มา
ท่านบอกว่า ย่าที่อยู่อีกบ้านนึงเสียแล้ว ให้บอกพ่อด้วย
(ย่าที่เสีย เป็นญาติกับบ้านผมอีกทีนะครับ ไม่งงนะ)

ผมขนลุกเลยครับ ทีนี้ พอพ่อแม่มาถึงก็เล่าเลยครับ
แม่ก็เลยบอกว่าสงสัยท่านมาหาพ่อ จะมาบอกพ่อ
เพราะย่าที่เสียท่านสนิทกับพ่อครับ

เรื่องที่ 2
(ต่อจากเรื่องเมื่อกี้นะครับ) แต่ก่อนคุณย่าท่านไม่สบาย
เรียกได้ว่าค่อนข้างหนัก ทีนี้ กลางดึกคืนหนึ่งที่ห้องนอนพ่อ
พ่อเคยเล่าให้ฟังว่า เค้าได้ยินเสียงเคาะตรงตู้เสื้อผ้าครับ เคาะแบบ เคาะเรียกเบาๆน่ะครับ
ซึ่งปกติแล้วเนี่ย แม่ผมจะหูไวมาก
ถ้าได้ยินเสียงก๊อกแก๊กที่ไหน ใครทำอะไร แม่จะตื่นมาดูก่อน (ระแวงว่างั้น)
คราวนี้แม่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
เลยเข้าใจกันว่า แกคงจะมาลาพ่อน่ะครับ
อาการป่วยตอนนั้นคงแย่มากนะครับ จากที่พ่อเล่าให้ฟัง

จบครับ

จากคุณ : s l a v e - [ 27 เม.ย. 49 11:38:26 ]