2007/Aug/06

เราเป็นคนกลัวผีสุด ๆ

ยิ่งรู้ว่าตัวเองเจอง่ายด้วยแล้ว ยิ่งหาทางเลี่ยงที่จะไม่เจอค่ะ ส่วนใหญ่เวลาไปในสถานที่ที่ความรู้สึกเรามันบอกว่ามี เราจะตั้งสติไม่ปล่อยให้จิตว่างอ่ะค่ะ แล้วคิดในใจด้วยว่าเราไม่อยากเจอ ไม่เคยทำอะไรให้ อย่ามายุ่งกับเรา

แต่บางทีก็หลุดค่ะ คือไม่เคยเจอจนคิดว่าไม่มีอะไร และแล้วก็เจอ เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ทำงานเก่าเราที่นึง เป็นบริษัทแขกอ่ะค่ะ คือต้นตระกูลเค้ามาจากอินเดีย ตอนเราได้งานที่นี่ แว่บแรกที่คิดคือ ผีแขกค่อนข้างดุ หวังว่าชั้นคงไม่เจอหรอกนะ

ครั้งแรกที่เริ่มรู้ว่าที่นี่มีแน่นอนคือ ในทีมเราเค้านัดมาอบรมผลิตภัณฑ์กันวันเสาร์ ซึ่งต้องใช้ห้องประชุมชั้น 3 เพราะเป็นห้องใหญ่และมีอุปกรณ์ในการ present ครบ ช่วงเวลาพักทุกคนก็แยกย้าย เข้าห้องน้ำบ้าง ลงมาเก็บของที่โต๊ะตัวเองชั้น 2 บ้าง

เราเข้าห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย พี่ ๆ เค้าก็ออกไปก่อน เรารู้สึกถึงความแปลกตั้งแต่ก้าวขาเข้าไปแล้วค่ะ คือเราจะมีความรู้สึกกับสถานที่ ที่มีเรื่องพวกนี้ โดยที่เราไม่เห็น แต่จะมีความรู้สึกกดดันมาก แต่ไม่เคยเจอที่ไหนกดดันเท่าที่นี่เลยจริง ๆ ให้ตายเถอะ ทั้ง ๆ ที่ก่อนเข้าห้องน้ำเราไม่รู้สึกอะไรเลย จนทำธุระเสร็จ เรารีบล้างมือแล้ววิ่งออกจากห้องน้ำเลย พอออกจากห้องน้ำได้ความรู้สึกกดดันหายไปหมดทันที เราก็แปลกใจแต่ก็สัญญากับตัวเองว่า ต่อให้ปวดแค่ไหน เราก็จะไม่เข้าห้องน้ำชั้นนี้อีกแล้ว

ซึ่งเรามารู้ทีหลังว่าที่ชั้น 3 จะมีอีกห้องนึง (ซึ่งเราก็สงสัยแต่แรกแล้วล่ะ ว่าห้องนี้ใช้ทำอะไร เพราะเราไม่เคยเห็นใครเข้าไปใช้งานเลย) ห้องที่ว่าเค้าเอาไว้ทำพิธีทางศาสนาอิสลามของเค้าค่ะ ทุกวันสำคัญของศาสนาเค้าจะมีคนนอกที่นับถือศาสนาเดียวกันเข้ามาทำพิธี ซึ่งรวมไปถึงพิธีศพด้วย นั่นเป็นครั้งแรก

หลังจากนั้นเราก็ยังเจออีก แต่หนนี้เป็นห้องน้ำชั้น 2 ซึ่งเป็นชั้นที่เราทำงาน (แต่อันนี้เลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่เข้าก็คงเป็นนิ่วไปอ่ะ) เคยเจอครั้งเดียว คือหลังจากเราทำธุระเสร็จ ก็ออกมายืนล้างมือหน้ากระจก แล้วเราก็เจอค่ะ

ไม่ใช่ในกระจก แต่ด้านหลังเราเอง เราเห็นด้วยหางตา แต่ชัดเจนมาก

เป็นผู้หญิงใส่ส่าหรี ยืนเยื้องด้านหลังเราไปทางซ้าย

เรารู้แค่ว่าทำยังงัยให้เค้าไม่รู้ว่าเราเห็นเค้า เพราะเรามองเงาตัวเองในกระจกก็ไม่เห็นเค้า แต่พอเราเหลือบไปมองด้านข้างก็ยังเห็นเค้ายืนอยู่ แล้วก็ดันยืนอยู่หน้ากระดาษที่จะดึงมาเช็ดมือซะด้วยจิ่ ซวยแล้วตู มือชุ่มฉ่ำถ้าไม่เช็ดเดินออกไปน่าเกลียดตาย เอาวะเป็นงัยเป็นกัน เราก็หันไปเลยค่ะ แต่...ไม่มีใครยืนอยู่ เราก็รีบเช็ดมือแล้วรีบออกจากห้องน้ำไปเลย

ครั้งต่อมาที่เราเจอคือ ระหว่างที่เรานั่งทำงานอยู่ช่วงบ่าย ซึ่งค่อนข้างเงียบเพราะเซลส์ไม่อยู่ออฟฟิศแล้ว (เราอยู่ฝ่ายขายค่ะ) แล้วอย่างที่เคยบอก เราเป็นคนที่พอมีสมาธิแล้วจะไม่สนใจสิ่งใด ๆ รอบข้างเลย วันนั้นขณะที่เรากำลังทำตัวเลขอยู่ เราก็ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องโหยหวนดังมาก จนสมาธิเราสะดุดอ่ะ

เราก็มองไปรอบ ๆ บริเวณทั้งชั้น ทำไมทุกคนนั่งทำงานกันเหมือนไม่มีอะไรเลยล่ะ เค้าไม่ได้ยินเลยเหรอ เสียงดังมากเลยนะ เราก็เลยคิดว่าสงสัยมีสมาธิมากไปเลยหลอนตัวเอง เลยลุกไปเข้าห้องน้ำ แล้วกลับมานั่งทำงานต่อ

หนนี้ไม่ได้ยินเสียงแล้วค่ะ แต่สิ่งที่น่าขนลุกคือได้กลิ่นธูปแขกอ่ะ แรงมาก เราก็กวาดสายตาไปอีก กลิ่นธูปจะมาได้งัย อยู่ในห้องแอร์ ไม่มีใครจุดแน่นอน ก็เลยเป็นการเสริมความมั่นใจว่าเราไม่ได้หลอนแฮะ ก็ได้แต่คิดว่าดีแล้วค่ะที่ไม่มานั่งข้าง ๆ อิชั้น หรือนั่งอยู่แต่อิชั้นไม่เห็นก็ไม่รุ

และแล้ววันดวงตกก็มาถึง ตั้งแต่เราโตมาจนรู้ว่าตัวเองเจออะไร เราก็ไม่เคยเจอตัวเป็น ๆ จะ จะ อีก จนวันนี้ที่รอคอยมาถึงค่ะ

เราเดินไปคุยกะพี่ ผจก.อีกทีมนึง ขณะที่คุยเล่นกันหางตาเราก็เห็นอีกแล้วค่ะ ทางด้านขวาเป็นผู้ชายใส่ชุดขาว ร่างท้วม ๆ นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของ supervisor คนนึง ซึ่งตอนนี้เค้าไม่อยู่ไปออกทริปต่างจังหวัด ระหว่างที่คุยเราก็ต้องทำตัวปกติ ทั้ง ๆ ที่เราเห็นผู้ชายคนนี้ตลอด แต่เค้าก็ไม่ได้ทำอะไรนะ นั่งเฉย ๆ

แล้วในวันเดียวกันนั่นเอง เราก็มาเจอที่หน้าบ้านตัวเองค่ะ คือบ้านเราเป็นทาวน์เฮ้าส์ ด้านหน้าจะเป็นตึกแถว ห้องที่ตรงกับบ้านเราเนี่ย เรารู้มานานแล้วว่าก่อนที่เราจะย้ายมาอยู่ เคยมีผู้หญิงผูกคอตายที่ตึกแถวห้องนี้ แต่เราอยู่มาจะ 20 ปีไม่เคยเจออ่ะ

วันดวงตกนี่ทำเหตุจริง ๆ ตอนเกิดเหตุ เราก็เดินออกมาส่งแฟนกลับบ้านตามปกติ ก่อนที่แฟนเราจะกลับเค้าก็สังเกตเห็นแล้วว่าเราแปลก เค้าก็ถามว่าเป็นอะไร (แฟนเราเค้ารู้ว่าเราเห็นอะไร แต่เค้าจะให้เราพูดงัย) เราก็บอกว่าป่าว แต่ตาเราก็มองไปที่หน้าต่างชั้น 2 ของตึกห้องนี้ตลอด

เค้าก็สงสัยจนกลับบ้าน ก็โทร.มาถามเราว่า เราเจออะไร เราก็เลยเล่าว่า เราเห็นผู้หญิงผมยาว ยืนอยู่ตรงนั้น เหมือนรอคอยใครสักคน เพราะเค้าไม่ได้มองมาที่เราเลย แต่ดูเค้ามองออกไปที่ไกล ๆ แล้วที่เราคอยเหลือบมอง เพราะเราไม่แน่ใจว่าใช่หรือป่าว เลยมองให้แน่ใจ (อ้อ!! ลืมบอกไป ตึกแถวห้องนี้มีคนมาเช่าทำออฟฟิศเฉพาะชั้นล่างเท่านั้น โดยไม่ได้ขึ้นไปยุ่งชั้นบนหรือแม้แต่หลังบ้านของตึกเลย) พอเล่าให้แม่ฟัง เค้าก็เลยให้ไปทำสังฆทานซะ

ครั้งสุดท้ายที่เราเจอที่ออฟฟิศนี้คือ ช่วงก่อนเราจะออกจากที่นี่ไม่กี่เดือน ที่ชั้นเรามีการ renovated ออฟฟิศใหม่ แล้วจุดที่หัวหน้าเรานั่ง คือจุดที่เราเคยเจอผู้ชายแขกใส่ชุดขาว เราก็เฉย ๆ นะ เพราะหลังจากที่ทำสังฆทาน เราก็ไม่เจอเค้าอีก

แต่อยู่มาวันนึง เราเอาเอกสารเข้าไปวางให้หัวหน้าเซ็น เราก็ได้กลิ่นธูปแขก เราก็คิดว่าสงสัยจะมาจากแอร์ เพราะแอร์อยู่ด้านบนพอดี แต่พอเรากลับมานั่งโต๊ะตัวเองกลับไม่มีกลิ่น ทั้ง ๆ ที่ ที่นั่นเรากะหัวหน้ามีแค่ partition กั้นเท่านั้น

แล้วช่วงนั้นทุกครั้งที่เราเดินเข้าไปที่คอกหัวหน้าเรา เราก็ได้กลิ่นตลอด จนวันนึงเราอดไม่ได้ เลยถามหัวหน้าไปว่า

"พี่นั่งตรงนี้ไม่ได้กลิ่นธูปแขกบ้างเหรอ กลิ่นแรงมากเลยนะ"

"ไม่เห็นได้กลิ่นเลย กลิ่นน้ำหอมพี่รึป่าว"

"พี่ใช้กลิ่นธูปแขกเหรอ แต่ปกติเวลาพี่ไม่อยู่ก็มีกลิ่นนะ"

หน้าเค้าก็เจื่อน ๆ อ่ะ แล้วก็ยืนยันว่าไม่ได้กลิ่น คือเค้ารู้ว่าเรามีสัมผัส เพราะเราเคยบอกเค้า แต่เค้าไม่ค่อยเชื่อ เพราะมีครั้งนึงที่จะไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน แล้วเค้าบอกว่าเค้าจะเล่นผีถ้วยแก้วด้วย จริง ๆ เราไม่อยากให้ใครรู้ เพราะเรารู้ว่าเค้าต้องหาว่าเราบ้า แต่พอเราได้ยินเค้าจะเล่นจริง ๆ เราเลยต้องบอกไปตรง ๆ ในที่ประชุมเลยว่า ยังงัยเราก็ไม่เล่น

เค้าก็คิดว่าเรากลัว เราเลยบอกไปว่า จะกลัวทำไมในเมื่อเราเห็นเป็นปกติอยู่แล้ว แนวร่วมหลายคนก็เริ่มอึ้ง เราก็พูดต่อว่า เราไม่อยากเจอ ถ้าจะเล่นเราก็ไม่ไป

แต่ที่ตลกอยู่อย่างคือ เค้าบอกเค้าไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ (หัวหน้าเราอ่ะ) แต่ให้เซลส์คนนึงโทร.มาถามเรา เพื่อให้เรายืนยันว่าเราได้กลิ่นธูปจริง ๆ เหรอ ไม่กลัวแล้วถามทำไมฟะ แต่เราก็คิดนะว่าคงเป็นเจ้าที่ ที่เค้านั่งอยู่ตรงนั้นแหละ เพราะเค้าไม่ได้ทำร้ายอะไรเรานี่ เนอะ

เด๋วคราวหน้ามาเล่าเรื่องที่เราไปหยิบของจากที่อื่น แล้วสุดท้ายต้องเอาไปคืนมาให้

อ่านกันอีกนะ แต่ไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอก

จากคุณ : ขนมไข่ (paracha) - [ 25 มี.ค. 49 12:32:49 ]

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home