2007/Jul/18

ช่วงนั้นดิฉันต้องไปฝังเข็มที่โรงพยาบาล เพื่อรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ คลีนิคฝังเข็มจะอยู่ชั้นล่างของโรงพยาบาล เข้าไปจะมีเตียงให้นอน เพื่อทำการฝังที่หน้าท้อง ที่ขา ที่ประมาณข้อเท้า และจุดอื่น ๆ

การฝังแค่ชั้นใต้ผิวหนัง แบบเข็มเล็ก ๆ บางมาก จิ้มลงไปชั้นใต้ผิวหนังแค่1-2 มม. ตรงจุดต่างๆ ตามร่างกาย แล้วใช้ไฟฟ้ากระตุ้นจุดนั้น ประมาณ 20 นาที หรือนานกว่านั้นนิดหน่อยไม่แน่ใจ แล้วดึงเข็มออก เป็นอันเสร็จพิธี ลงจากเตียงกลับบ้านได้

ดิฉันไปฝังมาแล้ว 2-3 ครั้ง ทุกครั้งก็ปกติดี ไม่มีเลือดออกมาหลังจากที่เอาเข็มที่ฝังออก แต่ครั้งนั้นที่ไปฝัง พอดึงเข็มออกหมดก็ไม่มีอะไร แต่พอย่างเท้าลงจากเตียงเท่านั้นละ เลือดสด ๆ ไหลปี๊ดออกมาจากข้อเท้า แดงเป็นทางลงมาเลย

พยาบาลที่ทำการฝังก็ตกใจ ดิฉันก็ตกใจ เพราะไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน พยาบาลก็เอาสำลีมาเช็ดให้ แล้วกดจุดที่ข้อเท้าอยู่พักนึง จนเลือดหยุดไหล ดิฉันก็กลับบ้านตามปกติ

หลังจากอาบน้ำ ทานข้าวแล้วประมาณ 2 ทุ่ม ดิฉันเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งอยู่ในห้องนอน เพื่อจะเล่นเนท ระหว่างที่นั่งพิมพ์อยู่ ดิฉันเห็นอะไรแว๊บ ๆ ทางหางตาซ้าย ก็เลยหันไปดู ซึ่งจะเป็นตรงบริเวณประตูห้องนอนพอดี

ดิฉันเห็นกลุ่มควันบาง ๆ คล้าย ๆ ควันบุหรี่ ควันจะเป็นลักษณะม้วน ๆ ตัว ลอยอยู่ต่ำเหนือพื้นตรงนั้น ดิฉันงง ว่ามันเป็นควันอะไร จ้องอยู่แป๊บนึง ควันก็หายไป ดิฉันก็ไม่ได้คิดอะไร นึกว่าตาฝาด ก็หันมาเล่นคอมต่อ

เล่นคอมสักพัก ก็ปิดเครื่อง เพื่อมาอ่านหนังสือ ที่โต๊ะญี่ปุ่นแบบเตี้ย ๆ ที่ต้องนั่งกับพื้น ซึ่งวางอยู่ที่หน้าเตียง หนังสือที่ดิฉันอ่านเป็นหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ พร้อมกระดาษ A4 ประมาณปึกหนึ่งเย็บรวมกัน หนาพอประมาณ เพื่อไว้ทำจดบันทึก

อ่าน ๆ ไป รู้สึกยังไง ๆ ชอบกล เหมือนมีใครมายืนดูอยู่ข้างหลัง รู้สึกแปลก ๆ เหมือนไม่เคยรู้สึกมาก่อน ก็เลยปิดหนังสือ และวางไว้บนโต๊ะนั้น พร้อมกระดาษจดบันทึก แล้วเดินไปปิดไฟ เพื่อจะนอน

สวิทซ์ไฟจะอยู่ที่ปลายเตียง ห่างจากโต๊ะญี่ปุ่นประมาณ 3 เมตร พอมือกดปิดสวิสซ์ ไฟดับปุ๊ป ได้ยินเสียงดังตึก เสียงกระดาษบันทึกตกลงบนพื้นจากโต๊ะญี่ปุ่น

ดิฉันคิดทันทีเลยว่า ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลซะแล้ว เพราะก่อนที่จะเดินมาปิดไฟ ดิฉันเก็บหนังสือและกระดาษบันทึกไว้อย่างเรียบร้อยตรงกลางโต๊ะ เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะลื่นไถลตกลงมา และอีกอย่างไม่มีลมเพลมพัดอย่างแน่นอน เพราะปิดหน้าต่างทุกบาน เนื่องจากห้องนอนติดแอร์

อึ้งไปพักนึง จึงเปิดไฟ เพื่อเดินไปดูว่าอะไรกันแน่ ปรากฎว่าเป็นกระดาษบันทึกตกลงมากองที่พื้นจริง ๆ อย่างที่คิด ตอนนั้นทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามีอะไรแน่ ๆ แต่ไม่กลัวมาก ทั้ง ๆ ที่นอนชั้นล่างคนเดียว ไม่ทราบเป็นเพราะอะไร หรืออาจเป็นเพราะว่าดิฉันเป็นคนกลัวผี คุณแม่เลยบอกเสมอว่า ถ้าเป็นบ้านของเรา ไม่ต้องกลัว เพราะบ้านของเรา ใครก็ทำอะไรเราไม่ได้ เราเป็นเจ้าของบ้าน เรามีสิทธิ์ที่จะให้ใครอยู่ หรือไล่ให้ใครไป

ที่แรกกะจะขึ้นไปเรียกคุณแม่ แต่กลัวว่าจะรบกวนท่าน แล้วท่านจะหาว่าเราไร้สาระ ประกอบกับนึกถึงคำที่แม่สอน ก็เลยนึกในใจ เหมือนต้องการสื่อสารกับอะไรบางอย่างที่คิดว่าอยู่แถว ๆ นั้น ระหว่างที่เก็บกระดาษอยู่ ก็บอกว่า.....นี่เป็นบ้านของฉัน ใครก็มาทำอะไรฉันไม่ได้ ใครมาดี ก็ดี ใครมาไม่ได้ เจ้าที่เจ้าทางไล่ออกไปด้วย อย่ามาคิดร้ายกัน ฉันไม่กลัวหรอก เพราะนี่มันบ้านของฉัน ฉันมีสิทธิ์เต็มที่...

เก็บกระดาษเสร็จกลับมาปิดไฟนอนอีกครั้ง ถึงเช้าก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเช้ามาเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกว่าไม่มีอะไรหรอก คงไม่อยากให้เรากลัว

ดิฉันก็ยังนอนคนเดียวต่อไปในห้องนอน แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิม มันมีความรู้สึกแปลก ๆ ไม่ค่อยสบายใจ ยังไงบอกไม่ถูก ก็เลยชวนคุณแม่มานอนเป็นเพื่อนในบางครั้ง ให้คุณแม่นอนเตียงใหญ่ที่ดิฉันเคยนอน แล้วดิฉันก็เอาเตียงเล็กมานอนอีกด้านหนึ่ง คุณแม่นอนได้ 2 คืน ก็บอกว่าจะกลับขึ้นไปนอนข้างบนกับคุณพ่อเหมือนเดิม บอกว่านอนแล้วไม่สบายยังไงก็ไม่รู้ แต่ไม่ได้บอกว่ามีอะไร

ตกลงดิฉันก็ต้องกลับมานอนคนเดียวอีก พอดีกับที่น้าสาวมาเยี่ยม เข้าแผนเรา ก็พยายามชวนน้านอนเป็นเพื่อน แต่ไม่ได้เล่าอะไรให้แกฟัง เดี๋ยวเสียแผน แกก็นอน ก็ให้น้านอนเตียงใหญ่ที่ดิฉันเคยนอน ส่วนดิฉันก็นอนเตียงเล็ก ก็นอนหลับไป

เรานอนปิดไฟ แต่จะมีแสงไฟจากด้านนอกเล็ดลอดช่องแสงบนหน้าต่างเข้ามาให้เห็นสลัว ๆ ได้ ตกดึก ดิฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นว่าน้าลุกขึ้นมานั่งชันเข่า ก้มหน้าอยู่บนเตียง

ที่จริงดิฉันไม่ได้เห็นหน้าหรอก เพราะเตียงเราวางขนานกัน เห็นด้านข้าง ๆ ว่าเป็นคนนั่งชันเข่า และก้มหน้าฟุบลงที่เข้าตัวเอง นึกออกมั๊ย

แล้วดิฉันก็ถามไปว่า น้า....ทำไมไม่หลับไม่นอน ดึก ๆ ลุกขึ้นมานั่งชันเช่าอยู่ทำไม ไม่สบายเหรอ..... มีเสียงตอบกลับมาว่า ...ไม่มีอะไรหรอกหรอก นอนไม่หลับเท่านั้นเอง ดิฉันก็พลิกตัวหันหลังให้กลับไปนอนต่อ จนถึงเช้า

วันรุ่งขึ้นก็ตื่นนอนปกติ ดิฉันก็ลืมไปเลย มานึกได้เอาช่วงเย็น ก็เลยถามน้าว่า น้า ๆ เมื่อคืนเป็นอะไรเหรอ น้าก็งง บอกว่าปล่าว ไม่เป็นอะไร ดิฉันก็เลยแซวไปว่า น้านี่ถ้าจะไม่สบาย แปลกจริงๆ กลางคืนดึกดื่นไม่หลับไม่นอน ลุกขึ้นมานั่งชันเข่า ก้มหน้าอยู่ได้

น้าก็ว่าใครลุกขึ้นมานั่ง แกไม่ได้ลุกขึ้นตื่นมาเลย นอนหลับทั้งคืน เราก็แบบว่า ไม่ต้องมาเลย จะหลอกเราเหรอ ไม่เชื่อหรอก ดิฉันยังยืนยันว่า ไม่ต้องเลย เมื่อคืนยังถามไปเลยว่า ทำไมไม่นอน ลกุขึ้นมานั่งทำไม น้ายังตอบกลับมาเลยว่า นอนไม่หลับ ดิฉันคาดคั้นน้าให้ยอมรับมาซะดี ๆ ว่าตื่นขึ้นมาพูดกับดิฉัน

แกกลับมาคาดคั้นเอากับดิฉันว่า เลิกล้อเล่นกับแก ว่าดิฉันไม่ได้คุยกับใครจริง ๆ เมื่อคืน เพราะแกเองก็เริ่มจะกลัว ๆ แล้วเหมือนกัน เพราะแกรู้ดีว่า คนที่ดิฉันคุยด้วยเมื่อคืนไม่ใช่แกแน่ๆ

สรุป น้ากับแม่มานั่งพิจารณากันแล้ว สรุปได้เป็น 2 สาเหตุว่าอาจจะตามมาจากโรงพยาบาล เนื่องจากเลือดที่ไหลออกมาจากการฝังเข็ม

หรือไม่ก็อาจจะเป็นต้นมะกอกที่ลอยตามน้ำมาจากน้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่ เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้านี้ แล้วแม่กับน้าเห็นพอดี ก็เลยเอามาปลูกไว้ด้านข้าง ๆ ห้องที่ดิฉันนอนอยู่

แม่ก็บอกให้น้าไปขุดออกแล้วเอาไปทิ้ง แล้วแกก็เอาผ้ายันต์มาติดให้ที่ในห้องนอน แล้วเอาน้ำมนต์ที่ได้มาจากวัด เอาประพรมในห้องนอน หลังจากนั้นก็ไม่เคยพบเจออะไรแปลก ๆ อีกเลย

จากคุณ : Bryan - [ 2 มี.ค. 49 20:44:12 ]

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
#1  by   (125.27.248.103) At 2007-08-21 15:27, 

<< Home