2007/Jul/11

พอตอนเช้าเราตื่นมา เราก็เลยออกไปยืนมองตรงหน้าต่าง เพราะห้องเราเป็นห้องสุดท้ายของตึกไง มันก็จะมีหน้าต่างข้าง ๆ อีก 5 บานใช่มะ

ตะนี้ เราก็ไปยืนมอง เพราะนึกขึ้นได้ว่า เมื่อคืน เราเห็นป้ายทางเข้าสุสาน ก่อนขับรถเข้าซอยอพาร์ทเม้นท์ไง เราก็เลยนึกว่า ถ้างั้นสุสานมันก็อยู่แถว ๆ นี้อะเด่ะฟะ แต่ถ้ามันอยู่แถวนี้ ตัวเรายืนมองวิวตรงนี้ทู้กวัน ทำไมไม่เห็นมีเรยฟะ

เราก้อเลยกวาดสายตามองไปทั่ว ๆ เห็นแต่สนามหญ้าข้าง ๆ อพาร์ทเม้นท์ ซึ่งที่ตรงนั้นเป็นที่ว่างแต่มีรั้วซีเมนต์กั้นระหว่างที่ว่างนั้นกะอพาร์ทเมนต์ ซึ่งแปลว่ามันก็เกือบติดกันนั่นแหละนะ

เราก้อเห็นสนามหญ้า " เอ๊อ ตรงนี้มันก็ดีเนอะ เขียวดี แต่หญ้าขึ้นรกไปหน่อย " แต่พอมองไปนาน ๆ เห่ย!!!! ทำไมหญ้ามันขึ้นเป็นกระจุก ๆ ขนาดเกือบเท่าเตียงนอนคนฟะ เป็นตาราง ตาราง เต็มไปหมด ทั้งที่โล่งขนาดเกือบ 2 ไร่นั้นนะ

มองดี ๆ อีกที อ้าว ! ก็อันนี้แหละ " สุสานเก่า" ที่ป้ายมันบอกไว้ ... อะจ๊าย ยยยย

มันติดกับที่เราอยู่ขนาดนี้เลยหรอเนี่ย งั้นที่เรานั่งชมวิวทุกวันมันคือ สุสาน นี่เอง แต่ก่อนหน้านี้ เราเจือกไม่เคยรู้เรยยย กระทั่งวันที่เข้ามาดูที่นี่วันแรก ก่อนตกลงใจเช่า ก็ไม่มีใครเห็น ทั้งที่ดูดีแล้ว และพอมาอยู่ก็ยืนดูทุกวัน ก็ไม่เคยเห็น เราเลยเล่าให้เพื่อนสาวสามคนที่อยู่ข้างล่างฟัง พวกมันเลยไปมองตรงหน้าต่าง มันก็เห็นเหมือนกัน

สามคนนั้นเป็นคนขี้กลัวมากอยู่แล้ว พอมาอยู่ที่นี่วันแรก พวกมันก็ไม่ยอมเข้าไปนอนในห้องนอน ทั้งที่ 1 ใน 3 คนนั้น เป็นคนชอบนอนคนเดียวมาก มันยอมไปลากเอาฟูกที่นอนจากในห้องนอน มานอนรวมกันทั้ง 3 คน ในห้องนั่งเล่น เรากะเพื่อนสนิทลงไปดูห้องพวกมันมันก็บอกว่า กลัว กลัวอะไรก็ไม่รู้ ตั้งแต่คืนแรกแล้ว ไม่อยากนอนในห้องนอน ห้องนอนมันแปลก ๆ

เราลืมนิดนึง ว่าเพื่อนสนิทเรา มันเป็นหัวหน้าของพวกเราทุกคน ซึ่งมันมีหน้าที่ต้องดูแลความสงบเรียบร้อย ความเป็นอยู่ของพวกเรา ซึ่งมีแต่ผู้หญิง และด้วยความที่มันอายุมากกว่าใคร ๆ และก็ไม่ใช่คนขี้กลัว มันก็เลยไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้ เพราะมันกลัวว่า ถ้ามันไม่เป็นหลักให้ พวกเราจะกลัวจนทำงานไม่ได้

เรื่องราวมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี อีก 2 วัน แบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทุกคนลืมเรื่องนี้กันหมดแล้ว ไม่มีใครอยากพูดถึงเรื่องนี้อีก แต่ทุกคนพอกลับเข้ามาอยู่ในห้อง จะรู้สึกเหนื่อย ๆ ไม่อยากออกไปไหน เราเองรู้สึกว่าห้องนี้ นอนยังไง ก็ไม่พอ จะรู้สึกง่วงนอน อยากนอนอยู่ตลอดเวลา ไอ้สามตัวห้องข้างล่างก็เหมือนกัน มันบอกว่าห้องนี้อยู่แล้วเหนื่อย ๆ บอกไม่ถูก เหมือนมีคนอื่นอยู่ตลอดเวลา

ขนาดว่ามีอยู่วันนึง เพื่อนสนิทเรา มันออกไปทำธุระแต่เช้า ทิ้งเราไว้ไนห้องคนเดียว เราตื่นมาตอน 9 โมง อาบน้ำ ทำธุระอะไรไปตามปกติ

ก็บอกแล้วไงว่าเราเป็นคนไม่คิดอะไร

เพื่อนสามคนห้องข้างล่าง มันก็เดินขึ้นมาหาเราชั้นบน มันบอกกะเราว่า "อยู่ได้ไงคนเดียว ห้องนี้น่ากลัวกว่าห้องมันอึก ดูเด่ะ " แล้วมันก็ชี้ชวนกันดู แต่พวกมันก็แปลกใจว่า ทำไม่ห้องเรามันลมเย็นมากขนาดนี้

เย็นขนาดที่คุณคุณลองจินตนาการ ถึงภาพห้องนั่งเล่นสีขาว ที่มีชุดรับแขกหวายแบบโบราณ (ก็อพาร์ทเมนต์มันเก่าน่ะ สร้างมาน่าจะไม่ต่ำกว่า 20 ปี สมัยก่อนมันคงหรูมากนะแบบนี้ เราว่า) มีม่านขนาดใหญ่สีขาวติดอยู่ที่หน้าต่างทุกบาน และตรงประตูกระจกริมระเบียงซึ่งเปิดออกได้

ตอนเช้านะ ห้องมันจะเงียบ บ บบบ มีแต่ลมพัด ผ้าม่านทุกอันปลิวอยู่ตลอดเวลา มีแสงแดดอ่อน ๆ ส่องเข้ามา แต่สำหรับเรานะ มันโคตระน่ากลัวเลย น่ากลัวกว่ากลางคืนอีก เพราะมันให้ความรู้สึกแบบ เหมือนมีพลังงานอะไรไม่รู้ ผ่านเข้าออกเต็มไปหมด

แค่ทุกคนก็พยายามลืม
..........................................................................

ตอนเช้าของวันที่ 6 เวลา 9 โมงเช้า

เราอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ ซึ่งเป็นห้องน้ำแบบที่อยู่ในห้องนอน เราเป็นคนที่ไม่ชอบปิดประตูห้องน้ำเวลาอาบ ทีนี้ตรงจุดที่อาบมันจะเป็นอ่างอาบน้ำ ซึ่งต้องเข้าไปยืนอยู่ในอ่าง เพราะฝักบัวมันจะอยู่ตรงนั้น เราก็เข้าไปยืนอาบโดยไม่ปิดประตู แต่รูดม่านพลาสติกในอ่างเพื่อกั้นไม่ให้น้ำกระเด็น เรารูดม่านจนสุด........

เรากะลังสระผมอยู่ ก็ได้ยินเสียงเพื่อนสนิท ตะโกนถามว่าเราอาบน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น เพราะตัวมันไม่ค่อยชอบอาบน้ำตอนเช้าไง มันก็เลยลองถามดู ถ้าน้ำอุ่นใช้ไม่ได้ มันจะได้ไม่อาบ เราก็เลยตอบมันไป ว่าเราอาบน้ำเย็น แต่น้ำอุ่นน่ะ มันใช้ได้ ไม่หนาวหรอก

เราได้ยินเสียงมันตะโกนถามไกล ๆ ประมาณว่า มันอยู่ในห้องนั่งเล่น แล้วตะโกนถาม แล้วเราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

พอสระผมเสร็จ เราก็นวดผมต่อ

ขณะที่เรากำลังยืนนวดผมอยู่เพลิน ๆ

ก็มี มือ มือหนึ่ง ยื่นผ้าเช็ดหน้าแบบผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ เข้ามาให้เรา โดยมือนั้นแหวกม่านพลาสติกเข้ามา ตรงที่เรายืนอาบ (ใกล้ ๆ กะฝักบัว)

เราไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าเป็นเพื่อนสนิทเรา มันคงยื่นเข้ามาให้เราชุบน้ำให้ วันนี้มันคงขี้เกียจมาก ไม่อยากอาบน้ำ แต่จริง ๆ แล้วข้างนอก (ภายในห้องน้ำ) มันก็มีอ่างล้างหน้า ทำไมมันไม่เอาไปชุบเองวะ (ในเมื่อมันเดินเข้าออกได้อยู่แล้ว เพราะเราไม่ได้ปิดประตูห้องน้ำ)

เราเลยตะโกนถาม เพื่อนเราว่า "เอามาให้ทำไมเหรอ"

แต่เราไม่ได้รูดม่านออกไปถามนะ เพราะมือเราเลอะครีมนวดผม

คำตอบคือ "................." เงียบ เพื่อนเราไม่ตอบอะไร

เราก็เลยถามซ้ำว่า "ฝากชุบน้ำให้เหรอ"

"....................." เงียบอีก

".....วันนี้มันมาแปลก....." เรานึกในใจ แค่ก็ชุบน้ำให้มันแบบงงงง

ซักแป็บนึงไม่ถึงอึดใจ เราได้ยินเสียงเหมือนคนแปรงฟันอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ เรานวดผมเสร็จแล้ว ก็เลยล้างมือ รูดม่านพลาสติกออกไป หยิบผ้าเช็ดหน้า ผืนที่เราเพื่งชุบน้ำเสร็จ ส่งให้มัน เพื่อว่ามันจะได้รีบ ๆ เช็ดตัว แล้วรีบ ๆ ไปทำงาน จะได้ไม่เสียเวลา

"อ่ะ" เรายื่นผ้าให้มัน เพื่อนเรามันกะลังยืนแปรงฟันอยู่ แทนที่มันจะรับผ้าจากมือเรา มันดันทำหน้างง ๆ ใส่ มือก็ถือแปรงสีฟันแหย่ไว้ในปาก แปรงฟันกลุ่ก กุลุ่ก ไปด้วย
มันก็เลยพูดอู้อี้ไม่เป็นภาษาคน " เอามาทำอะไอ ? อ๋อ เอาไออี้ " ( เอามาทำ อะไร อ๋อ เอาไปดี้)

เราก็งงว่ามันตอบอย่างนี้ทำตะบักอะไรฟะ เอามาให้เราชุบน้ำให้แท้ ๆ เออ..ช่างมัน ถ้ามันยังไม่ใช้ ก็เอาไว้ตรงขอบอ่างอาบน้ำนี่แหละ แล้วเราก็อาบน้ำต่ออย่างสบายอารมณ์

แล้วพอเราอาบเสร็จ เพื่อนเรามันก็ เข้ามาอาบน้ำสระผม ต่ออีกคนนึง

แล้วพวกเราก็ไปทำงาน
..........................................................................

6 โมงเย็น ของวันเดียวกัน

เพื่อนสนิทเรา ได้รับโทรศัพท์ จากสามสาวห้องข้างล่างว่าให้ลงไปที่ห้องมันด่วน

เรากะเพื่อนเราตกใจมาก คิดว่า มีใครในนั้นป่วยเป็นอะไรกระทันหัน เรากะเพื่อนสนิทรีบวิ่งลงบันไดหนีไฟลงไปเลย เพราะห้องเราเป็นห้องสุดท้าย ติดกะบันใดหนีไฟ

พอลงไปภาพที่เห็นก็คือ 1 ใน 3 คนนั้น สมมุติว่าชื่อแดง ละกัน (กัวเจ้าตัว เค้าว่า เอาเรื่องเค้าไปเล่าให้คนฟัง) กำลังนั่งร้องไห้แบบสติแตก ย้ำ สติแตก อยู่บนฟูกที่นอน ที่พวกมันลากมานอนในห้องรับแขก

"ฮือออออ..ก๊าซซซ ......ไม่อาวแล้ว จากลับบ้าน นนนน พี่หนูไม่อาวแล้ววว จากลับ ง่า...." เพื่อนสนิท เราตกใจ คิดว่ามันโดนอะไร เลยถาม "อะไร อะไร เป็นอะไร !!!"

เพื่อนสาวคนนั้นไม่ยอมตอบ อีก 2 คนที่เหลือ ก็นั่งหน้าซึด เราถาม 2 คนนั้น สองคนนั้นก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน นั่งแทะเม็ดทานตะวันกันอยู่บนที่นอนดี ๆ นังแดง ( นามสมมุติ ) มันก็บ่น ว่า ร้อน ร้อน (ทั้ง ๆ ที่เปิดแอร์ ) คนอื่นร้อนเหมือนมันมั้ย แล้วแป๊บเดียวจู่ ๆ มันก็ร้องกรี๋ดขึ้นมา แล้วก็ร้องไห้ แบบนี้แหละ

พวกเรานั่งปลอบนังแดง ให้มันใจเย็น ๆ แล้วค่อย ๆ เล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราเองเป็นคนขี้รำคาญอยู่แล้ว ใครมาทำอะไรแบบนี้ เราจะไม่ชอบ แล้วรู้สึกหงุดหงิด รู้สึกว่ามันเรียกร้องความสนใจ

พอนังแดง มันใจเย็นลงแล้ว (หรือไม่ก็มันเห็นเรานั่งทำหน้ายักษ์ก็ไม่รุ มันเลยรีบใจเย็นลง ) มันก็เล่าให้พวกเราฟังว่า นั่งแทะเม็ดทานตะวัน ดูละครน้ำเน่าตอนเย็น หัวเราะกันอยู่ดี ๆ อยู่ดี ๆ มีนก็รู้สึกร้อนวูบที่ข้างหลัง ร้อนเหมือนยืนข้างหม้อก๋วยเตี่ยว ทั้ง ๆ ที่เปิดแอร์อยู่

นังแดงมันก็เลยหันไปดูข้างหลัง แล้วก็เห็น...........

เห็นเงาดำปิ๊ดปี๋ ดำแบบดำมิดเลยนะ เป็นเหมือนเงาผู้ชาย ยืนอยู่ข้างหลังมัน แล้วก็ค่อย ๆ นั่งยอง ๆ ลงมาตรงที่ "มัน"ยืนนั้นแหล่ะ

เท่านั้นแหละ นังแดงมันเลยได้สติกรี๊ดออกมา แบบไม่รู้ตัว

เราได้ฟังเรื่องนี้ เราเงียบ เพื่อนสนิทเรายิ่งเงียบใหญ่ รู้สึกเหนื่อยใจ เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่มันมีแต่เรื่องบ้อ ๆ บอ ๆ ทุกวัน แบบไม่มีเหตุผลที่พิสูจน์ได้ด้วยนะ ทำงานเราก็เหนื่อยพอแล้ว อยู่ที่นี่แต่ละคืนถึงไม่มีอะไร มันก็นอนหลับไม่ค่อยสนิทไม่รู้ทำไม ที่นี้เพื่อนร่วมงานดันมาจิตตกอีก

เราก็เลยปลอบนังแดงจนหายตกใจกลัว

แล้วเรากะเพื่อนสนิทก็กลับขึ้นไปบนห้องของตัวเอง

"เซ็งเนอะ " เราบอกเพื่อนสนิทเรา

"ไม่น่าไปเล่าให้มันฟังเลยอ่ะ เรื่องคืนแรกน่ะ ไม่น่าไปปลุกพวกมันไปฟู๊ดแลนด์เลย ดูดิ์ มันยิ่งขึ้กลัวกันอยู่ด้วย แมร่ง มันเลยบ้าไปเลย สงสัยมันจะหลอน" เพื่อนเราก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย แล้วก็ไปยืนดูวิวถนนสุขุมวิทอยู่ตรงระเบียง

"ไอ้........" เพื่อนเรามันตะโกนเรียกชื่อเรา เสียงมันมาจากห้องน้ำในห้องนอน

เราก็เลยเดินเข้าไปหามัน " ไมเหยอ " เราถามมัน

แล้วมันก็ชี้ไปที่ผ้าขนหนูเปียก ๆ ขยุกขยุย ที่เราวางไว้ที่อ่างอาบน้ำเมื่อเช้า

"ทำไม่ ใช้แล้วไม่เอาไปตาก ซกมก" มันด่าเราเฉยเลย

เราก็โกรธอะดิ มาดูถูกความเป็นลูกผู้หญิงอันเรียบร้อยของเราได้ไงฟะ ถึงเราจะห่าม แต่เรื่องอื่นเราเรียบร้อยนะเฟ้ย และอีกอย่าง ผ้าขนหนูผืนนั้น มันนั่นแหละที่เป็นคนใช้ เพราะผ้าผืนนี้เป็นของมัน ก็เมื่อเช้า มันยังยื่นให้เราเข้าไปชุบน้ำอยู่เลย แต่ตอนนี้ มันกลับมาหาว่าเราเป็นคนเอามาใช้

"อาไร ก็แกอะแหล่ะ ยื่นมือเอาเข้ามาให้ในห้องน้ำ ชั้นไม่ได้ใช้ แกใช้แล้วทำไมแกไม่เอาไปตาก " เพื่อนเราเงียบ...... " เออ ๆ เอาไปตากซะ " มันเปลี่ยนอารมณ์หน้าตาเฉย เราก็เลยเอาผ้าผืนนั้นไปตากตรงระเบียง

แล้วเราก็กลับมานอนเล่นเกมมือถือในห้องนอนสบายใจเฉิบ
..........................................................................

ขออนุญาตพักก่อนนะ พิมพ์มานานแล้ว อยากเล่าอย่างละเอียดอ่ะ

เพราะมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกะเรา แบบทำให้เราจำได้ทุกเม็ดเลยนะ

และเราคงจะไม่มีวันลืมเลย อยากให้ทุกคนเห็นภาพอย่างละเอียด อย่าพึ่งเบื่อนะ

แต่ตอนนี้ ขอไปฉี่ก่อน ปวดมาก... พิมพ์มา 2 ชมแล้ว....

จากคุณ : Triaumph (Triaumph) - [ 9 ก.พ. 49 15:30:45 ]

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home