ว่าแล้วก็....แอบเจ้านายมาเล่าเรื่องให้ฟังต่อ ^^
เรื่องเกี่ยวกับแม่ย่านางรถ
(คันที่ 2 แต่เหมือนจะเป็นเรื่องแนวอุบัติเหตุมากกว่าอ่ะค่ะ เกรงใจคนอ่าน >"<)
หลังจากที่คุณพ่อเปลี่ยนรถใหม่ ก็ยังไม่เลิกนิสัยเมาแล้วขับค่ะ ซึ่งไม่ว่าใครจะเตือนยังไง คุณพ่อก็ยังไม่เลิกทานเหล้าแล้วขับรถ....... จนกระทั่งวันหนึ่ง........ประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ก็มี Taxi มาจอดหน้าบ้าน......... แล้วก็มีเพื่อนคุณพ่อ ลงมาพร้อมกับคุณพ่อของดิฉัน ซึ่งไม่ต้องพูดก็รู้ว่ากินเหล้ามา(เป็นปกติ) แต่ที่บนหน้าผาก กับบริเวณแขน ปิดพลาสเตอร์มาด้วย!! ดิฉันกับแม่ก็ตกใจ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณพ่อ.........
คุณพ่อก็พูดไปหัวเราะไปว่า...." ไม่มีอะไรนิ"
คุณแม่ของดิฉันก็เลยถามว่า"แล้วรถล่ะ??" เพื่อนเขาก็เลยรีบพูดขึ้นมาว่า หัวหน้าเขาเมานิดหน่อยครับ....... เลยขับรถชน (เนี่ยอ่ะนะ นิดหน่อย...)
ก็สรุปได้ว่า รถของคุณพ่อ ยังอยู่ที่โรงพัก คุณตำรวจเลยให้ คุณพ่อก็ไปทำแผลที่โรงพยาบาล คุณพ่อก็เลยชิ่งกลับมาบ้าน (คงกลัวโดนจับตรวจแอลกอฮอล์ -"-) คืนนั้นประกันตามหาตัวให้ควั่ก ว่าคนขับหายไปไหน.........
พอรุ่งขึ้นพวกเราถึงได้รู้ว่า......ที่คุณพ่อขับรถชนน่ะ.....มันไม่ได้ชนแค่เพียงเล็กน้อย.......แต่มันโหดร้ายกว่าที่คิด คือสภาพรถเละทั้งคัน.....กระจกแตกหมด......ล้อสองข้าง....พับงอเข้ามาเลยค่ะ.........ลูกน้องที่มาเยี่ยม...มีแต่คนนึกว่าคนขับต้องตายแน่นอนค่ะ เพราะสถาพเละมาก โดยเฉพาะตรงคนขับ.....นึกว่าอัดก๊อบบี้กับพวงมาลัยตายไปแล้ว....
เหตุการณ์ที่เกิดก็คือ......คุณพ่อของดิฉัน หักหลบรถคันหน้า.....เพื่อจะแซงเขา.....แล้วดันไปสวนเลนกับรถที่วิ่งสวนมา ซึ่งเป็นรถสองแถวรับส่งผู้โดยสาร++
โชคดีที่รถคันนี้ไม่มีผู้โดยสารอยู่แล้ว...... เขาก็ตกใจ หักหลบรถของคุณพ่อ....จนพุ่งตกลงไปในคลอง....... ส่วนรถคุณพ่อเลยพุ่งไปชนกับรถอีกคันที่วิ่งสวนมาพอดี ........ ทำให้รถหมุนไป 1 รอบแล้ว....ไปฟาดกับรถป้ายแดงอีกคันที่เจ้าของจอดทิ้งไว้......ทำให้รถคันนี้ตกคลองไปอีกคัน -_- คิดง่ายๆละกันค่ะ ว่าชนจนรถอีกคันตกคลองได้...... จะชนแรงขนาดไหน.......(เลยตกคลองไป 2 คัน)
แต่โชคดีค่ะ ที่ไม่มีใครบาดเจ็บ...... ยังโชคดีที่คุณพ่อถึงจะเมาแค่ไหน.... ก็ยังไม่ลืมคาดเข็มขัดนิรภัย...... โชคดีที่มีรถป้ายแดงคันนั้นประทะไว้ ไม่งั้นคงเป็นรถคุณพ่อ ที่พุ่งตกคลอง (ถ้าตกลงไปคงจมน้ำตายแน่ๆค่ะ T_T)
ดิฉันโกรธมากๆเลยค่ะ...... โกรธทั้งแม่ย่านางรถ โกรธทั้งคุณพ่อที่เมาแล้วขับ!! ดิฉันก็เลยพูดกับคุณพ่อว่า "แม่ย่านางรถคันนี้ไม่เห็นดีเลยเนอะ" !! ดูรถคันเก่าสิ......ขนาดคุณพ่อเมาขนาดไหน.... ยังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย......!! ขายทิ้งเหอะ!!..........
คุณพ่อก็เลยพูดกับดิฉันว่า......ไม่จริงหรอกลูก..... แม่ย่านางคันนี้ก็ดีไม่แพ้คันเก่าหรอกลูก.... เขาก็คงจะช่วยสุดความสามารถแล้ว...... คุณแม่ก็พูดเช่นกันว่า.....ต่อให้ใครก็ช่วยพ่อแกไม่ได้!! ถ้ายังกินเหล้าแล้วขับรถแบบนี้!!
และคืนนั้นเองค่ะ........ ดิฉันก็มาคิดทบทวน ว่ามันคงจะจริง..... ถ้าไม่ได้แม่ย่านางคุ้มครอง แล้วจะรอดไม๊?? หรือเป็นเพราะดวงยังไม่ถึงฆาต แต่ก็น่าจะเจ็บหนักกว่านี้..... ตกลงจะเชื่อว่ามีแม่ย่านางจริงๆดีไม๊?? อยากจะเห็นเหมือนกันแฮะ!!ว่าจะสวยไม๊?? (แค่คิดแล้วมะเอาดีกว่า ไม่เจออ่ะดีแล้ว)
ระหว่างที่เดินขึ้นไปบนห้องนอน ดิฉันก็ได้กลิ่นเหมือนพวงมาลัยค่ะ........ก็คิดว่าสงสัยคุณแม่ซื้อมาไหว้พระแน่ๆ.......แต่พอเดินผ่านห้องพระ......ก็ไม่เห็นมีพวงมาลัยซักพวง........ดิฉันก็เริ่มเอะใจ......
เพราะมีคนเคยพูดว่า ถ้าได้กลิ่นหอมๆ กลิ่นธูป หรือกลิ่นเหม็นเน่า แสดงว่าอาจจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิหรือวิญญาณอยู่ใกล้ๆเรา...... แต่ก็เอาเหอะ!!.....ไม่ใช่กลิ่นเหม็นเน่าก็ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย....... อย่างน้อยก็คงไม่ใช่แบบเละๆ >"<
จากนั้นดิชั้นก็ตรงไปเปิดประตูห้องห้อง (รีบเดินเร็วขึ้น) เพราะคิดว่าถ้าถึงห้องนอนคงจะปลอดภัย........... พอไปถึงก็รีบเปิดประตูเข้าไปผัวะ!!!!!!! เท่านั้นแหล่ะค่ะ!!!!!
"นั่งรออยู่บนเตียงเลยค่ะ!!!!"
เป็นผู้หญิงผมยาวเลยบ่า ใส่สไบเฉียงสีชมพูบานเย็น เห็นหน้าไม่ค่อยชัดค่ะ....แต่คิดว่าคงจะสวย (แต่ตอนหลังเขาบอกว่าเขาสวยค่ะ ถ้าบอกว่าไม่สวยจะมาบีบคอ)
........ตอนนั้นตัวชาค่ะ......ตัดสินใจไม่ถูก
.....เอาไงดีหว่า.....วิ่งหนีดีไม๊......ถ้าเกิดวิ่งแล้วเหมือนในหนังล่ะ!!!
.......ถ้าเกิดวิ่ง...แล้วเขาโผล่มาดักหน้า แล้วทำหน้าเละๆใส่จะทำไง
........คิดไปต่างๆนาๆ....ว่าถ้าวิ่งลงไปหาพ่อกับแม่ ก็กว่าจะวิ่งไปถึง
......อาจจะโดนบีบคอระหว่างทางรึเป่า?? จนในที่สุด............
ระหว่างที่ดิฉันตัวชา และกำลังตะลึงกับผู้หญิงผมยาวตรงหน้า เธอคนนั้น.....ก็เงยหน้าขึ้นมามองดิฉัน...... ซึ่งดิฉันเองก็ไม่กล้าขยับไปไหนทั้งนั้น...... ได้แต่มองเขา แบบไม่ค่อยเต็มตา (กล้าๆกลัวๆ)
แล้วเธอก็พูดกับดิฉันว่าว่า "ขอโทษนะ" "ฉันพยายามทำดีที่สุดแล้ว ขอโทษจริงๆนะ" แล้วเขาก็ลุกขึ้น......หมุนตัวช้าๆ.....ยิ้มบางๆเศร้าๆ ให้ทีนึง แล้วค่อยๆเลือนหายไป...........
ตอนนั้นดิฉันทำอะไรไม่ถูก ........เขาคงรู้ว่าดิฉันกลัว....คงรู้ว่าดิฉันรู้สึกแย่ คงรู้ว่าดิฉันโกรธ เรื่องที่คุณพ่อขับรถชน!!และคงได้ยินที่ดิฉันบ่นกับคุณพ่อคุณแม่ และที่ดิฉันคิดในใจ ว่าอยากจะรุ้ ว่าแม่ย่านางมีจริงๆรึเป่า!!
ซึ่งตอนแรกที่ดิฉันเห็นเขา....ดิฉันรู้เลย!! ว่าใช่แน่ๆ ......แม่ย่านางแน่ๆ หน้าตาแบบนี้!! เหมือนที่จินตนาการไว้เลย!!! (ไม่ได้คิดไปเองนะคะ)
แต่จริงๆมันไม่ใช่ความผิดของแม่ย่านางเลย มันเป็นความผิดของคุณพ่อดิฉันมากกว่า ที่เมาแล้วขับรถ!!! มันคงจะเกินอำนาจเขา ถ้าจะให้เขามาขับรถแทนคุณพ่อ แล้วส่งคุณพ่อให้ถึงบ้าน -_-ll
พอตั้งสติได้สักพัก......น้ำตาดิฉันก็ค่อยๆไหล.....จนอยู่ๆก็ร้องไห้ออกมาเลยค่ะ......คงกลัวด้วยส่วนนึง.....แต่รู้สึกผิดมากกว่า....ที่พูดจาไม่ดีใส่เขา......ดิฉันเสียใจกับคำพูดตัวเอง.....ที่หาว่าเขาดูแลคุณพ่อไม่ดี ทั้งๆที่เขาทำดีที่สุดแล้ว หากเขาไม่ช่วยปกป้องคุ้มครอง ป่านนี้คุณพ่อดิฉันอาจจะเจ็บหนักกว่านี้ หรือไม่ก็เสียชีวิตไปแล้วก็ได้.......และที่สำคัญ เขายังอุส่าห์มาขอโทษดิฉัน และไม่ถือโทษโกรธดิฉัน ในสิ่งที่ดิฉันพูดไม่ดีออกไป (ถ้าเป็นแบบที่คนอื่นๆเจอ เขาคงมาบีบคอแล้วแน่ๆ)
ดิฉันเลยเงยหน้า หมุนไปหมุนมา เหมือนกับจะมองหาเขา .....แล้วดิฉันก็พูดออกมาว่า "ขอบคุณมากค่ะ" ขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยคุณพ่อดิฉัน.....และก็ขอโทษในทุกสิ่งที่ดิฉันพูดไม่ดีออกไป......พอจบคำ...........ก็มีลมอ่อนๆพัดผ่านหน้าไปค่ะ........ทำให้ดิฉันเข้าใจว่า เขาคงจะให้อภัยดิฉันแล้ว.........(ขนลุกซู่)
และคืนนั้นเองค่ะ.....ดิฉันก็ฝัน.....ฝันเห็นเธออีกครั้ง.....เธอถามดิฉันว่า "กลัวไม๊??" อ่าว...เฮ้ย......ทำไมถามแบบนี้ล่ะ โกรธอยู่รึเป่าเนี่ย - -lll (คิดในใจค่ะ กลัวเขาทำหน้าเละๆใส่)......แล้วก็บอกเขาไปว่า...กลัวสิ!! ........เขาก็หัวเราะ!!
ดิฉันก็เลยขอโทษเขาอีกที....กลัวเขายังไม่หายโกรธ.....ซึ่งเขาก็ไม่ว่าอะไร ได้แต่ยิ้มๆ ดิฉันก็เลยบอกเขาว่า "งั้นเราดีกันนะ"......เขาก็นิ่งไปสักครู่..........แล้วก็พยักหน้าช้าๆ ทีนึง แล้วก็ยิ้มแบบ (เหมือนจะใจดี)......ให้ดิฉัน...หลังจากนั้น ดิฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยจนรุ่งเช้า
หลังจากนั้นเกือบ 1 เดือน ดิฉันก็ไม่ได้ฝันหรือเห็นเขาอีกเลย จนกระทั่งรถซ่อมเสร็จ......ลืมบอกไปค่ะ ว่าดิฉันกับแม่ไม่มีโอกาศเห็นสภาพรถในวันนั้น จนกระทั่งซ่อมเสร็จ.......ซึ่งถ้าดิฉันได้เห็นสภาพรถ ดิฉันคงไม่กล้าไปว่าแม่ย่านางแบบนั้นแน่ๆ (ตอนหลังคุณพ่อเอารูปสภาพรถตอนเกิดอุบัติเหตุ ที่ถ่ายไว้ก่อนซ่อมมาให้ดูค่ะ)
หลังจากวันนั้น คุณพ่อก็เปลี่ยนรถใหม่ โดยคราวนี้มีคนขับรถ ขับแทน และตัวคุณพ่อเอง นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ก็เลิกขับรถไปเลยค่ะ ไม่จับพวงมาลัยรถอีกต่อไป ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดีค่ะ เพราะไม่ใช่แค่เกิดอุบัติเหตุกับตนเอง แต่อาจจะทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนด้วย
ปล.แต่ความผูกพันธ์ระหว่างดิฉันกับแม่ย่านาง ยังไม่จบเพียงเท่านี้ค่ะ.......เอาไว้เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังต่อนะคะ T_T ถ้าไม่ขี้เกียจอ่านซะก่อน
ปล.2 เมาไม่ขับค่ะ :D
จากคุณ : RabbitRose (RabbitRose) - [ 29 ธ.ค. 48 11:44:18 ]
กลัวง่ะ