2007/Jun/27

จากที่รู้ว่า แม่ตายแล้ว
ใช่แม่ตายแล้ว ในความเข้าใจของเด็กอย่างฉัน
เดี๋ยวแม่ก็มา แม่ไม่อยู่ไปธุระ แต่เมื่อไหร่ล่ะ
เป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้ซักคน

หลังจากวันที่มีคนมาเต็มบ้าน
ฉันก็ไม่สามารถอยู่บ้านหลังเก่าได้เลย
เพราะต้องปิดบ้าน เพื่อตรวจสอบเรื่องคดี
และต้องสอบพยาน ในการตายของแม่
ฉันและน้องต้องไม่มีที่นอน ต้องไปนอนบ้านแม่ป้า
(แม่ป้าซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของเรา) ส่วนพ่อต้องโดนจับกุมไว้ก่อน

งานศพของแม่ได้ถูกจัดขึ้นที่วัด ตามประเพณี
วันแรกของการตั้งศพ ต้องทำพิธีรดน้ำศพ
นั่นเป็นวันที่ฉันและน้องได้เจอแม่
เอ๊ะ....ทำไมแม่นอน ไม่สบายเหรอ
ทำไมต้องห่มผ้าให้แม่ด้วย
ทำไมต้องเอาน้ำราดมือแม่ด้วย....
อย่านะ อย่า...เดี๋ยวแม่น้องหนาว
ในใจมีแต่คำถาม ทำไม ....ทำไม....
และก็ไม่มีใครตอบ มีแต่เสียงร้องไห้

แม่น้องขา....แม่น้องคุยกันหน่อย....
แม่น้องขา.....ฉันร้องเรียกแม่ ให้ลุกนั่งมาคุยกันหน่อย
ภาพที่ทุกคนเห็นสิ่งที่ฉันทำนั้น
มันเป็นภาพที่น่าเศร้าที่สุดในขณะนั้น
เพราะฉันคิดว่าแม่ต้องกลับมา เดี๋ยวแม่น้องก็มา
ไปธุระเดี๋ยวมา ตายแล้วเดี๋ยวก็มา
พ่อจับมือฉันให้รดน้ำศพแม่ ฉันงง
ทั้งน้ำตาไหล สะอื้นตลอดเวลา
ก็บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวแม่น้องหนาว.....
ฉันมองหน้าพ่อและพูดออกไปด้วยความโกรธ
ฉันทนไม่ไหวที่ทุกคนเอาน้ำมาราดมือแม่ของฉัน

ฉันกับน้องวิ่งไปดึงมือแม่ที่นอนอยู่
ร้องบอกแม่ให้ตื่น แม่น้องตื่นหน่อย เร็วๆ หิวไข่ตุ๋นแล้ว
น้องฉันก็ร้องไห้ ดิ้นลงกับพื้นนอนหงายเลย
ต่างคนต่างร้องไห้ทั้งคู่
ทุกคนที่มองดูอยู่ในงานต่างก็พากันร้องไห้
กับภาพที่เห็นฉันกับน้องร้องไห้ดิ้นลงกับพื้น.....แม่น้องขา....หิวข้าวแล้ว.....
พ่อไม่อยู่ พ่อไปซื้อดอกไม้มาประดับพวงหรีดติดรูปของแม่
อันที่ใช้อยู่เป็นสีแดง พ่อบอกแม่น้องไม่ชอบ แม่ชอบสีเหลือง
พ่อรีบวิ่งมาพร้อมกับดอกไม้สีเหลือง
เพราะได้ยินเสียงฉันกับน้องร้องไห้เสียงดัง
พ่อมาอุ้มชั้นกับน้องไปข้างๆวัด
ตรงนั้นมีอาหาร ที่เค้าเตรียมกันไว้เพื่อต้อนรับแขกที่มางาน
พ่อเช็ดน้ำตาให้ฉันกับน้อง และบอกว่าจะทำไข่ตุ๋นให้.....
เราสองคนเงียบและหยุดร้อง ราวกับว่าแม่น้องจะมาแล้ว มาทำไข่ตุ๋นให้แล้ว......

หลังจากกินข้าวแล้วก็หลับ
ตื่นมาอีกทีก็มืดแล้ว อุ้ย...คนมาเต็มเลย
มาในชุดดำ ทำไมต้องดำทำไม่ไม่ใส่ชุดสวยๆ
ฉันพูดกับน้อง ไม่เห็นสวยเลยเนาะชุดพวกนี้
แต่ฉันก็ไม่ได้มองว่าชุดที่ตัวฉันเองใส่ก็เป็นสีดำเหมือนกัน.....
มีคนมาบอกว่าแม่ใหญ่มาแล้ว (ยายของฉัน )
จากความเศร้าทั้งหลายก็หายไปทันที แม่ใหญ่มาแล้ว.....
ฉันวิ่งตระโกนกระโดดโรดเต้นดีใจที่ยายมา
แม่ใหญ่ร้องไห้ ร้องไห้ไม ....ฉันถาม
และก็ถามกลุ่มคนที่มาด้วยว่าร้องไห้ไม
ใช่ค่ะ เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ.....
แม่ใหญ่ไปจุดธูปไหว้ศพ ซึ่งก็มีฉันตามติดเป็นเงา ทำไมเป็นแม่แล้วไหว้ลูกได้เหรอ....ทุกคนมองหน้ากันและก็เงียบ
ทันใดนั้นก็มีเสียงร้อง กรี๊ด......ดังออกมาข้างวัด
แม่น้องมาแล้ว ฉันลุกขึ้นวิ่งไปตามเสียงนั้น
แต่มีคนอุ้มฉันไว้และมีคนตระโกนว่าอุ้มเด็กไว้
นั่นเสียงแม่น้องจริงๆ นุ้ย แม่น้องมาแล้ว
ฉันพยายามดิ้นเพื่อจะไปหาแม่.... ใช่...แม่น้องมาจริงๆ
ไหนล่ะ แม่มาเป็นเสียง ร้องไห้ สะอึกสะอื้น....
ไม่ใช่แค่แม่ที่ร้องไห้ แม่ใหญ่ก็ร้องไห้เหมือนกัน
และทุกๆคนในวัดต่างก็พากันกลัว ...........
เพราะเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงของวิญญาณ วิญญาณของแม่ฉันเอง

เป็นเสียงร้องไห้ที่น่ากลัวมาก
ทุกๆคนในงานศพต่างก็พากันสวดมนต์
เสียงค่อยๆเงียบลง เงียบลง พระเริ่มสวดศพ ตามประเพณีของกิจสงฆ์
แต่แล้ว......ประโยคที่พระสวดว่า ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น นั่นหล่ะ
คำว่าหลับไม่ตื่น.... ไฟก็ดับพรึบลงมาทันที
ให้ตายสิ ทำไมหมาต้องหอนกันตอนนี้ด้วย ป้าคนหนึ่งที่นั่งข้างฉันพูด แม่น้องมาแล้ว.....น้องฉันร้องตระโกนออกไป
มันทำให้ทุกคนในวัดต่างพากันตกใจ และพูดคุยกันด้วยความกลัว.....
เพราะสิ่งที่ฉันกับน้องเห็นนั้น ใช่แม่น้องของเราจริงๆด้วย
ฉันเห็นแม่ยืนอยู่นอกรั้ววัด ในศาลาที่ตั้งศพนั้นมืดมาก
จนทำให้เห็นแสงสว่างข้างนอกอย่างชัดเจน ใช่ แม่น้องจริงๆด้วย
ฉันวิ่งออกไปข้างนอก แต่ก็มีคนมาจับแขนฉันกับน้องไว้ไม่ให้ออกไป
พ่อฉันเอง พ่อร้องไห้ และพูดบอกว่าแม่น้องไปสบายแล้วลูก .........

และภาพที่เห็นแม่ยืนอยุ่ในชุดเครื่องแบบทหาร
ชุดกระโปรงสีเขียวขี้ม้า เสื้อแขนยาวสีขาว
เป็นภาพสุดท้ายที่ติดตาที่สุดในตอนนั้น
และเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เห็นแม่
ฉันถามพ่อว่าเห็นแม่น้องมั้ย พ่อส่ายหน้าทั้งน้ำตา
แต่ฉันเชื่อว่าพ่อเห็น แต่ทำไมพ่อไม่พูด....
ไฟมาละ พระก็สวดต่อ สวดจนจบ แต่มันยังไม่จบ
วิญญาณที่รอคอยลูกรักทั้งสอง ยังไม่จบเพียงเท่านี้.....

คืนนั้น ฉันไปนอนกับแม่ใหญ่และญาติที่มากัน
บ้านพักรับรองของค่ายทหารให้บ้านหลังใหญ่ไว้พัก
บ้านหลังนี้ไม่ห่างจากบ้านที่แม่น้องตายนัก
แต่บ้านหลังนี้เป็นบ้านทรงโรมันที่ทำด้วยไม้
สวยงาม และเก่ามากๆ เก่าในแบบที่สวย
คืนนั้นฉันพูดเสมอ และพูดตลอดเวลาว่า
เดี๋ยวแม่น้องมาหาแม่ใหญ่ มาหาหนู
มารับหนูไปด้วย พอฉันพูดจบ ให้ตายสิ
หมาหอนตามหลังมาเลย ไฟไม่ดับแต่มีลมพัดแรงมาก
แรงจนหน้าต่างที่คล้องกับที่ล๊อคกลอนสั่นไปทั้งโครง
โคมไฟ ที่แขวนอยู่นั้น แกว่งไปมา เหมือนจะตกลงมาให้ได้

ใช่แม่ฉันมาจริงๆ มาด้วยแรงอาฆาต
มาด้วยแรงห่วง ห่วงลูก และกลัวว่าลูกจะไม่มีใครดูแล
"วิญญาณน้องเฮี้ยนจริงๆนะแม่" ป้าของฉันพูด
เมื่อสิ้นเสียงป้า เสียงที่ทุกคนได้ยิน หลังจากนั้นก็เป็นเสียงร้องไห้ ....
ใช่แล้ว เป็นเสียงร้องไห้ที่ฉันได้ยินในวัดเมื่อตอนหัวค่ำจริงๆ
เสียงร้องไห้ทำไมโหยหวนจัง ฉันคิดในใจว่าแม่คงมารับแล้วล่ะ
แต่ด้วยอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในค่ายทหารนี้
จึงไม่สามารถทำให้แม่เข้าถึงตัวฉันได้
แม่ใหญ่ ลงมาจุดธูปที่หน้าบ้านพักรับรอง
เพื่อให้ดวงวิญญาณของแม่ฉันสงบลง
แม่ใหญ่บอกว่าจะพยายามหาความเป็นธรรมให้นะลูก .....
ไม่ต้องห่วงลูก ถ้าเป็นห่วงก็คุ้มครองลูกนะ อย่าให้ใครทำร้ายลูก ....
แม่รักลูกที่สุด และลูกก็เป็นที่สุดของแม่เหมือนเดิม
ไปสู่สุขคตินะลูกรัก......

ยังไม่จบแค่นี้ วิญญาณและแรงอาฆาตของแม่ ยังมีต่อในตอนต่อไปค่ะ

จากคุณ : เจฉ่าย (เจฉ่าย) - [ 20 พ.ย. 48 22:22:40 ]

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เรื่องเด็ก ๆ รักลูก
http://clubrot.com/baby/
#1  by  เที่ยวไทย At 2007-09-20 08:55, 

<< Home