2007/Jun/27

หลังจากที่พ่อกลับไป
ฉันกับน้องก็ใช้ชีวิตกันตามประสาเด็กตามปกติ
แต่ที่ไม่ปกติ ก็คงจะเป็นแต่ที่บ้านพ่อ
เพราะบางคืนก็จะมีเสียงกรีดร้องของหล่อนคนนั้น
แต่บางคืนก็เงียบสงบ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มันเป็นเวลากลางคืนที่เขย่าขวัญ สั่นประสาท
และทรมานต่อเพื่อนบ้านระแวงนั้น
รวมทั้งเพื่อนๆทหาร ที่แม่น้องรู้จัก
ไม่ว่าจะอยู่ในค่าย หรือนอกค่ายก็ตาม
ใครที่เป็นเพื่อนแม่น้อง เชื่อมั้ย...! แม่น้องไปหาหมด

ป้าอารีดา เป็นเพื่อนสนิทสุดๆของแม่คนนึง ที่แม่น้องไปหา
ป้าเล่าว่า ตอนดึกของคืนวันที่ 5 กันยายน ปี พ.ศ.2525
ป้าบอกว่ารู้สึกเหมือนเคลิ้มหลับเคลิ้มตื่น
แต่ในความรู้สึกนั้น ได้นั่งคุยกับแม่น้อง น้องนั่งคุยด้วยเหมือนปกติ
( เหมือนๆ คุณๆไปเที่ยวหาเพื่อนนั่นแหละ )
แต่ที่ไม่ปกติคือ ไม่มีฉันกับน้องไปด้วย

ป้าอารีดา บอกว่า มีเสียงกดกริ่งหน้าบ้าน
ก็สะดุ้งตื่น หลุดจากภวังค์ ไปดูที่หน้าบ้านว่าใครมา
เพราะเวลานั้นมันก็ ดึกดื่นมากแล้ว และที่สำคัญ
ป้า อารีดาไม่ได้อยู่ที่ลำปาง ป้ามาราชการที่กรุงเทพฯ
บ้านที่พักก็เป็นบ้านรับรองที่ทางกรมจัดให้ แล้วใครจะมาหาได้ล่ะ

ถ้าเป็นคนนนอกต้องมีทหารยามมาแจ้งให้ทราบก่อน
แล้วนั่นมันใครกันล่ะ แต่ป้าก็ลุกไปดู ป้า....เปิดประตู

สิ่งที่ป้าเห็นและ ดีใจ ปนตกใจนิดหน่อย
เพราะสิ่งที่ป้าเจอคือ........ แม่น้อง.......มายังไงล่ะเนี่ยะน้อง....
เข้ามาก่อน คำแรกที่ป้าทัก ป้าได้พูดคุยกับแม่น้องอยู่พักใหญ่
คุยกันตามประสาเพื่อนทั่วๆไป และเวลาก็เดินมาถึงช่วงขนหัวลุก
คือ ตี 2 เกือบๆจะตี 3 แม่น้องก็ลากลับ
ป้าก็บอกว่าทำไมไม่พักด้วยกัน แม่บอกว่าจะไปหาลูก
เป็นห่วงเดี๋ยวไม่มีใครดูแล ป้าก็บอกว่า น้องสงสารลูก นะ
ฝากคนอื่นเลี้ยงไม่เหมือนเราเลี้ยงนะเธอ เอามาเลี้ยงเองเหอะ ...........
แม่ก็ยิ้มและรับคำว่า กำลังจะไปรับลูกมาอยู่ด้วย แล้วก็เดินจากไป......

เป๊ง...เป๊ง...เป๊ง...... เสียงเวรยามเคาะสัญญาณเวลา
ขณะนี้เป็นเวลา ตีสาม ป้าอารีดาสะดุ้งตื่น ด้วยความตกใจ
เพราะ เวร ยามทหารนั้น เดินผ่านบ้านพักที่บ้านพักอยู่นั่นเอง
ป้าบอกว่า ตื่นมาแล้วรู้สึกใจสั่นยังไงชอบกล
และ งงๆ อยู่ แต่ไม่ได้งง กับเสียง บอกเวลา นะ
ที่งง ก็คือ ไอ้ที่ผ่านมา เมื่อกี้นี้..... เป็นความฝัน...... รึว่าเป็นความจริง......
รึว่าเป็นเพราะ ฤทธิ์ยาแก้แพ้อากาศกันแน่
เพราะอะไรเหรอ เพราะประตูไม่ได้ล็อคน่ะสิ
(เพื่อนๆคะ ปรกติ ถ้าเราไปนอนที่ไหน เราก็จะล็อคประตู ใช่ มั้ยคะ
ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม เพื่อป้องกันตัวเอง )
แต่นี่ ป้าไม่ได้ล็อค หรือ ลืม ล็อค เป็นไปได้เหรอ
หรือว่าป้าเพิ่งปิดประตูกันแน่................... และมันก็เป็นไปแล้ว

ป้ากลับมาจากราชการแล้ว และสิ่งที่ป้าได้รับรู้ในวันนั้นเองก็คือ
การตายของแม่น้อง นั่นทำให้ป้า ตกใจและเสียใจที่สุด
ไม่ต่างจากเพื่อนของแม่ทุกๆคน และทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า....
แม่น้องได้ไปหาทุกคนเหมือนๆกัน แต่ต่างกันตรงที่ว่า เค้ารู้กันหมดแล้ว
เหลือป้า อารีดาคนเดียวที่ไม่รู้ เพราะงานนั่นเอง .............
แม่น้องรักเพื่อนทุกคน เพื่อนของแม่มีมาก
เพราะแม่เป็นที่รักใคร่ของเจ้านายและเพื่อนๆ ทหารทุกคน
ไปจนถึงภริยาของเจ้านาย และไปจนถึง เพื่อนๆทหารของพ่อ.......

ป้าอารีดา เล่าว่า แม่น้องไปหากรุงเทพฯ
ไปหาที่บ้านพักรับรองเลย หน้าตาอมทุกข์เหมือนเดิม
( เพราะแม่ต้องเหนื่อยกับงาน และไหนต้องเลี้ยงลูกอีก สองคน
พ่อ เหรอ ส่วนใหญ่พ่อใช้เวลา อยู่ในป่า มากกว่า อยู่กับพวกเรา
เพราะ พ่อเป็น ทหาร สามเหล่าทัพ )

น้องหน้าตาอมทุกข์แต่ก็แฝงในตาเป็นคนสนุกเหมือนเดิม
ใส่เสื้อสีเหลืองลายดอกไม้ ตัวโปรด เพราะผ้าชิ้นนี้ เพื่อนรัก ซื้อให้ในวันเกิด
น้องมานั่งคุยกันอยู่พักนึงมั้ง จำไม่ค่อยได้ แต่ที่จำได้คือ บอกกับน้องว่า
เอาลูกมาเลี้ยงเองดีกว่า และน้อง ยังรับคำอีกว่า กำลังจะไปรับลูก.........

แต่ก็ยังรู้สึกแปลกใจนะว่า มาได้ยังไง แต่ป้าก็ต้องเชื่อ
และคุณผู้อ่านก็ต้องเชื่อ เพราะว่ามันเป็นไปแล้ว และมันก็เป็นความจริง..

วิญญาณของแม่น้องเป็นที่กล่าวขวัญกันในช่วงนั้นมาก
ได้สร้างความหวาดกลัวให้แก่ เพื่อนบ้านทหารระแวกนั้นเป็นอย่างยิ่ง
เพราะในเวลาค่ำคืนเมื่อไร จะเป็นเวลาที่ทุกคนไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ไม่อยากให้มีเสียงร้องไห้...... เศร้าโศก...... ไม่อยากให้มีเสียง กรีดร้อง ......
ไม่อยากให้มีเสียงใดๆทั้งสิ้น
เพราะในค่ายทหารนั้นเป็นสถานที่ที่รู้ๆกันอยู่ว่าน่ากลัวอยู่แล้ว
แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่เพิ่มความน่ากลัว ทวีคูณเพิ่มไปอีก
เ พ ร า ะด ว ง วิ ญ ญ า ณ ที่วนเวียนอยู่ที่ในค่ายแห่งนี้
ล้วนแต่เป็นด ว ง วิ ญ ญ า ณ ที่ตายโหงทั้งสิ้น...............

จากคุณ : เจฉ่าย (เจฉ่าย) - [ 15 ธ.ค. 48 13:09:37 ]
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home