เสียงร้องไห้อย่างโหยหวนในคืนนั้น
ทำให้ทุกๆคนในบ้านหวาดกลัว และทั้ง ยังทำอะไรไม่ถูก
วิญญาณที่ร่ำไห้ คร่ำครวญว่าอยากเอาลูกไปด้วย
เป็นห่วงลูก คิดถึงลูกมาก ฉันได้ยินเสียงแม่
นั่นเป็นเสียงของแม่ ใช่ ฉันอยากไปอยู่กับแม่
แต่ฉันจะไปได้ไง แม่ต้องมารับเท่านั้น
แม่มารับหน่อยสิ แม่น้องจ๋า....แม่น้องจ๋า
ฉันพยายามดิ้นสุดชีวิต เพื่อจะให้พ้นจากอ้อมกอดของแม่ป้าให้ได้
เพื่อที่จะได้ไปอยู่กับแม่น้อง ฉันทั้งร้องไห้ทั้งดิ้นรน
พยายามที่จะวิ่งไปหาแม่ แม่น้องจ๋ารอก่อนนะ อย่าเพิ่งหนีไปนะ รอก่อน....
ลมทำท่าเหมือนจะสงบ แต่ทันใดนั้นกับแรงขึ้นทันที
พรึบ.. ไฟดับลงทันที ทุกคนในบ้าร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
แม่ป้ากอดฉันไว้แน่น พร้อมทั้งน้ำตา และบอกกับแม่น้องว่า
น้องเอ้ย....ปล่อยลูกไว้นะ น้องเอาลูกไปไม่ได้นะ....
ลูกยังเล็กมาก... ลูกต้องเรียนหนังสือนะน้อง
พี่ขอร้องนะน้อง อย่าเอาลูกไป...ฮือ..ฮือ...
แม่ป้าพูดกับแม่น้องทั้งน้ำตา พูดในความมืด
ไม่มีใครมองเห็นเลยว่า แม่น้องอยู่ตรงไหนของบ้าน
หรือที่เล้าหมู เพราะหมูก็ร้อง .....หรือที่เล้าไก่.....หรือใกล้ๆตัวเรา....
แต่ในใจของฉันก็ยังาลัยอาวรแม่สุดที่รักอยู่
อยากให้เราอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม
ทางเดียวที่ฉันจะได้อยู่กับแม่ได้คือฉันต้องตาย
ใช่ฉันกับน้องต้องตายเท่านั้น ถึงจะได้อยู่กับแม่ได้
แต่ทำยังไงล่ะถึงจะตายได้
สิ้นเสียงขอร้องของแม่ป้า.....
ทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม พรึบ... ไฟมาแล้ว
ลมสงบแล้ว ทุกอย่างเงียบสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แปลกมากมันหยุดไปหมดทุกอย่าง
เสียงแม่น้อง เสียงร้องของหมูและไก่
จริงเหรอ อะไรมันจะเข้าที่เข้าทางได้เหมือนเดิม
ทำไมมันช่างง่ายดายนัก
ทุกคนในบ้านต่างมองหน้ากันและไม่พูดอะไรกันแล้ว
ต่างพาฉันและน้องเข้านอน
รุ่งเช้าในวันต่อมาฉันเป็นไข้ ไม่สบายตัวร้อนหนัก
แม่ป้าพาฉันไปหาหมอได้ยามามาทานก็แล้ว
อาการฉันก็ไม่ดีขึ้นเลย ต้องคอยเช็ดตัวตลอด
ทำยังไงก็ไม่หาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่วิเศษมาก
มันสามารถทำให้ฉันหายได้ นั่นคือ.....การจุดธูปบอกแม่ของฉัน
ใช่ค่ะ แม่ป้าให้พี่เหน่ง ที่เป็นลูกชายของแม่ป้าอุ้มฉันมาหน้าบ้าน
และก็ จุดธูป เพื่อบอกแม่น้อง ว่าให้ช่วยคุ้มครองลูก
อย่าให้ลูกเจ็บไข้ได้ป่วยเลย ลูกยังเล็กนะน้อง
ถ้าเป็นไปได้พี่ขอร้องนะน้อง อย่าเอาลูกไป...
เราอยู่กันคนละโลกแล้ว น้องเป็นผี ลูกเป็นคน
เราอยู่กันคนละภพ คนละชาตินะน้อง
สงสารลูก อย่าเอาลุกไปน้า...พี่ขอนะน้อง
พี่ไม่เคยขออะไรน้องเลย แต่ครั้งนี้พี่ขอให้ลูกนะ....
ถ้าน้องรักลูกจริงน้องใช้พลังความรักปกป้องลูกนะ
อย่าให้ลูกเป็นอะไรให พ้นภัยอันตรายนะน้องนะ
แม่ป้าไหว้ไปพร้อมกับน้ำตา พูดเพื่อร้องขอชีวิตของฉัน.....
เชื่อมั้ย.... ธูปที่จุดไหว้อธิฐานนั้นไหว้เกือบหมดก้านแล้วทำไมมันเร็วจัง
จู่ๆ..... ควันธูปที่ก็ลอยเข้ามาปะทะตัวฉัน
ในขณะนั้นเป็นเวลาที่ไม่มีลมเลย ตอนก่อนจุด และตอนจุด
ควันธูปก็เลยเป็นปกติ ลอยขึ้นบนฟ้าแบบปกติ
แต่นี่มันไม่ปกติแล้ว เพราะสิ้นเสียงร้องขอของแม่ป้าแล้ว
ควันธูปที่ลอยขึ้นบน กลับลอยย้อนมาที่ฉัน
เพราะเราทั้งสามนั่งไหว้อยู่ พี่เหน่งที่อุ้มฉันอยู่ถึงกลับผงะ....
เพราะนี่เป็นตอนเช้าไม่ใช่กลางคืน...
แรงจริงๆนะแม่ พี่เหน่งพูดกับแม่ป้า แม่ป้าก้มลงกราบธูปที่ปักอยู่พื้นดิน
กล่าวลาเป็นครั้งสุดท้ายว่า พี่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปไหนนะน้อง
แล้วเดี๋ยวจะไปลงทรงถามกันว่าเป็นมายังไง ทำไมน้องต้องฆ่าตัวตาย
แล้วแม่ป้าก็พาฉันเข้าบ้าน
การที่เราต้องปักธูปลงดินนั้น เราไหว้ดวงวิญญาณไม่ได้ไหว้พระ
และใช้ธูปเพียงดอกเดียวเท่านั้น
การลงทรง คือการเข้าทรงแบบทางภาคเหนือ
จะเป็นการเรียกดวงวิญญาญที่เป็นที่รัก และไม่เป็นที่รัก ก็ได้
เรียกมาเพื่อถามไถ่ ความเป็นมาของการตายเป็นอย่างไร
นี่เป็นความเชื่อของคนทางภาคเหนือ ว่า
การลงทรงจะติดต่อกับดวงวิญญาณได้ และมันก็เป็นความจริง
( ให้ตายสิขณะที่พิมพ์ขนฉันลุกทั้งตัวเลย นี่เป็นเวลาเที่ยงวันนะเนี่ยะ )
วันเดียวกันนั้นเอง เวลาเกือบ 10 โมงเช้า
พ่อก็มาหาฉันและน้อง พ่อกับฉันเราน้องแยกกันอยู่
ฉันกับน้องอยู่กับแม่ป้าเพราะไม่มีใครดูแล เวลาพ่อต้องเข้าเวร
ส่วนพ่ออยู่คนเดียวที่บ้านหลังนั้น
ฉันและน้องดีใจที่เจอพ่อ โดดกอดกันด้วยความคิดถึง
พ่ออุ้มฉันกับน้องได้พร้อมๆกัน เพราะพ่อแข็งแรงมาก
เป็นทหารที่แข็งแรงและเก่งอีกด้วย
(เป็นเพราะตอนนั้นเราเป็นเด็กตัวเล็กนิดเดียวเอง)
พ่อพูดกับแม่ป้าว่า พี่ผมโดนแล้ว.....
แม่ป้าและพี่ๆต่างก็ตกใจถึงกับผงะ หน้าถอดสีกันเป็นแถว
พ่อเล่าให้แม่ป้าฟังว่า เมื่อคืนผมนอนไม่หลับคิดถึงลูก
คิดว่าจะเอาขนมอะไรมาฝากลูก
และจะพาลูกไปเที่ยวที่ไหนดี เพราะเป็นวันเสาร์อาทิตย์
ผมนอนไม่หลับเลยเอารูปน้องและลูกๆที่ถ่ายกันที่เวียงจันทร์ตอนไปเที่ยวมาดู.....
ให้ตายสิพี่ จู่ๆ ไฟดับ ดับได้ไงเนี่ยะ...
ถ้าดับก็ต้องดับท้งค่ายสิ...... พี่เชื่อมั้ย บ้านอื่นไม่ดับ
ดับบ้านผมหลังเดียวด้วย เพราะผมดันไปคิดถึงน้องเข้าพอดี
ตอนแรกผมคิดว่าบังเอิญมากกว่า...... แต่มันไม่ใช่เลยพี่ .......
สักพักจู่ๆก็มีเสียงน้ำไหล ผมพยายามฟัง มันเป็นเสียงมาจากน้องน้ำนะพี่
ตอนแรกผมคิดว่าผมปิดฝักบัวแน่นแล้ว ทำไมมันไหลได้ล่ะ
บ้านอื่นเปล่า ไม่ใช่เลย บ้านผมเอง....
ผมพยายามกลั้นใจจะเดินเข้าไปปิดน้ำ แต่คิดอะไรออกได้ ผมจึงเดินเปิดประตูหน้าบ้านเพื่อจะได้มีแสงสว่างของไฟข้างทางบ้าง
(ประตูที่เปิดเป็นประตูหน้าบ้าน ซึ่งมีประตูมุ้งลวดกันยุงอีกบานน่ะค่ะ)
ขณะที่จะเดินเข้าไปปิดน้ำ
ผมต้องผงะแทบหงายหลังเลย เพราะในห้องน้ำ มีเสียงคนอาบน้ำพี่...
ใจผมหล่นลงถึงตาตุ่มเลยพี่ มีเสียงคนอาบน้ำ.......จริงๆ ........ ผมเดินต่อไม่ได้แล้วเพราะไม่ใช่แค่เสียงคนอาบน้ำนะพี่
มีเสียงฮัมเพลงด้วย เพลงของ Carpenters เพลง yesterday once more
ใช่เลย.... ขณะที่มีเสียงฮัมเพลงนั้น จู่ๆผมก้ได้กลิ่น
กลิ่นอะไรอ่ะ กลิ่นคุ้นๆ อ๋อ....นั่นมันกลิ่นของกัมมะถันนี่นา
กลิ่นแรงมากพี่ แรงมากๆเลยพี่ แรงจนผมหายใจแทบไม่ออกเลย......
อะไรนี่ มันเกิดอะไรขึ้นพี่ ..... ผมทนไม่ได้ละ...
กลั้นใจวิ่งออกนอกบ้านทันที....
และคืนนั้น พ่อก็ไม่ได้นอนที่บ้านหลังนั้น
ต้องไปนอนบ้านเพื่อนแม่ที่ถัดไปอีก5หลัง
เสียงที่พ่อได้ยินนั้นเป็นเสียงของ
ดวงวิญญาณของแม่น้องที่กำลังอาบน้ำอยู่
และเพลงที่ฮัมนั้นก็เป็นเพลงโปรดของแม่ด้วย
ไม่ว่าแม่จะทำอะไรแม่ก็จะฮัม...เพลงที่ชอบด้วย
และเสียงเพลงที่พ่อได้ยินนั้น มันทำให้รู้ว่า
ผู้ที่อาบน้ำในห้องน้ำนั้นคือแม่น้อง
เสียงที่พ่อได้ยิน กลิ่นที่พ่อได้กลิ่น
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงแค่ การเริ่มต้นเท่านั้น
เริ่มต้นอะไร ก็เป็นการเริ่มต้นของวิญญาณ อาฆาตไง
อาฆาตเรื่องอะไรต้องติดตามต่อ ใน เรื่องของแม่ตอนที่ 5
ขณะที่คุณอาบน้ำ เคยมั้ยที่ได้ยินเสียงฮัมเพลง เพลงที่คุณไม่คุ้น เพลงที่มองไม่เห็นตัวผู้ร้อง..................................................
จากคุณ : เจฉ่าย (เจฉ่าย) - [ 1 ธ.ค. 48 13:24:55 ]
ทำให้ทุกๆคนในบ้านหวาดกลัว และทั้ง ยังทำอะไรไม่ถูก
วิญญาณที่ร่ำไห้ คร่ำครวญว่าอยากเอาลูกไปด้วย
เป็นห่วงลูก คิดถึงลูกมาก ฉันได้ยินเสียงแม่
นั่นเป็นเสียงของแม่ ใช่ ฉันอยากไปอยู่กับแม่
แต่ฉันจะไปได้ไง แม่ต้องมารับเท่านั้น
แม่มารับหน่อยสิ แม่น้องจ๋า....แม่น้องจ๋า
ฉันพยายามดิ้นสุดชีวิต เพื่อจะให้พ้นจากอ้อมกอดของแม่ป้าให้ได้
เพื่อที่จะได้ไปอยู่กับแม่น้อง ฉันทั้งร้องไห้ทั้งดิ้นรน
พยายามที่จะวิ่งไปหาแม่ แม่น้องจ๋ารอก่อนนะ อย่าเพิ่งหนีไปนะ รอก่อน....
ลมทำท่าเหมือนจะสงบ แต่ทันใดนั้นกับแรงขึ้นทันที
พรึบ.. ไฟดับลงทันที ทุกคนในบ้าร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ
แม่ป้ากอดฉันไว้แน่น พร้อมทั้งน้ำตา และบอกกับแม่น้องว่า
น้องเอ้ย....ปล่อยลูกไว้นะ น้องเอาลูกไปไม่ได้นะ....
ลูกยังเล็กมาก... ลูกต้องเรียนหนังสือนะน้อง
พี่ขอร้องนะน้อง อย่าเอาลูกไป...ฮือ..ฮือ...
แม่ป้าพูดกับแม่น้องทั้งน้ำตา พูดในความมืด
ไม่มีใครมองเห็นเลยว่า แม่น้องอยู่ตรงไหนของบ้าน
หรือที่เล้าหมู เพราะหมูก็ร้อง .....หรือที่เล้าไก่.....หรือใกล้ๆตัวเรา....
แต่ในใจของฉันก็ยังาลัยอาวรแม่สุดที่รักอยู่
อยากให้เราอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม
ทางเดียวที่ฉันจะได้อยู่กับแม่ได้คือฉันต้องตาย
ใช่ฉันกับน้องต้องตายเท่านั้น ถึงจะได้อยู่กับแม่ได้
แต่ทำยังไงล่ะถึงจะตายได้
สิ้นเสียงขอร้องของแม่ป้า.....
ทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม พรึบ... ไฟมาแล้ว
ลมสงบแล้ว ทุกอย่างเงียบสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แปลกมากมันหยุดไปหมดทุกอย่าง
เสียงแม่น้อง เสียงร้องของหมูและไก่
จริงเหรอ อะไรมันจะเข้าที่เข้าทางได้เหมือนเดิม
ทำไมมันช่างง่ายดายนัก
ทุกคนในบ้านต่างมองหน้ากันและไม่พูดอะไรกันแล้ว
ต่างพาฉันและน้องเข้านอน
รุ่งเช้าในวันต่อมาฉันเป็นไข้ ไม่สบายตัวร้อนหนัก
แม่ป้าพาฉันไปหาหมอได้ยามามาทานก็แล้ว
อาการฉันก็ไม่ดีขึ้นเลย ต้องคอยเช็ดตัวตลอด
ทำยังไงก็ไม่หาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่วิเศษมาก
มันสามารถทำให้ฉันหายได้ นั่นคือ.....การจุดธูปบอกแม่ของฉัน
ใช่ค่ะ แม่ป้าให้พี่เหน่ง ที่เป็นลูกชายของแม่ป้าอุ้มฉันมาหน้าบ้าน
และก็ จุดธูป เพื่อบอกแม่น้อง ว่าให้ช่วยคุ้มครองลูก
อย่าให้ลูกเจ็บไข้ได้ป่วยเลย ลูกยังเล็กนะน้อง
ถ้าเป็นไปได้พี่ขอร้องนะน้อง อย่าเอาลูกไป...
เราอยู่กันคนละโลกแล้ว น้องเป็นผี ลูกเป็นคน
เราอยู่กันคนละภพ คนละชาตินะน้อง
สงสารลูก อย่าเอาลุกไปน้า...พี่ขอนะน้อง
พี่ไม่เคยขออะไรน้องเลย แต่ครั้งนี้พี่ขอให้ลูกนะ....
ถ้าน้องรักลูกจริงน้องใช้พลังความรักปกป้องลูกนะ
อย่าให้ลูกเป็นอะไรให พ้นภัยอันตรายนะน้องนะ
แม่ป้าไหว้ไปพร้อมกับน้ำตา พูดเพื่อร้องขอชีวิตของฉัน.....
เชื่อมั้ย.... ธูปที่จุดไหว้อธิฐานนั้นไหว้เกือบหมดก้านแล้วทำไมมันเร็วจัง
จู่ๆ..... ควันธูปที่ก็ลอยเข้ามาปะทะตัวฉัน
ในขณะนั้นเป็นเวลาที่ไม่มีลมเลย ตอนก่อนจุด และตอนจุด
ควันธูปก็เลยเป็นปกติ ลอยขึ้นบนฟ้าแบบปกติ
แต่นี่มันไม่ปกติแล้ว เพราะสิ้นเสียงร้องขอของแม่ป้าแล้ว
ควันธูปที่ลอยขึ้นบน กลับลอยย้อนมาที่ฉัน
เพราะเราทั้งสามนั่งไหว้อยู่ พี่เหน่งที่อุ้มฉันอยู่ถึงกลับผงะ....
เพราะนี่เป็นตอนเช้าไม่ใช่กลางคืน...
แรงจริงๆนะแม่ พี่เหน่งพูดกับแม่ป้า แม่ป้าก้มลงกราบธูปที่ปักอยู่พื้นดิน
กล่าวลาเป็นครั้งสุดท้ายว่า พี่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปไหนนะน้อง
แล้วเดี๋ยวจะไปลงทรงถามกันว่าเป็นมายังไง ทำไมน้องต้องฆ่าตัวตาย
แล้วแม่ป้าก็พาฉันเข้าบ้าน
การที่เราต้องปักธูปลงดินนั้น เราไหว้ดวงวิญญาณไม่ได้ไหว้พระ
และใช้ธูปเพียงดอกเดียวเท่านั้น
การลงทรง คือการเข้าทรงแบบทางภาคเหนือ
จะเป็นการเรียกดวงวิญญาญที่เป็นที่รัก และไม่เป็นที่รัก ก็ได้
เรียกมาเพื่อถามไถ่ ความเป็นมาของการตายเป็นอย่างไร
นี่เป็นความเชื่อของคนทางภาคเหนือ ว่า
การลงทรงจะติดต่อกับดวงวิญญาณได้ และมันก็เป็นความจริง
( ให้ตายสิขณะที่พิมพ์ขนฉันลุกทั้งตัวเลย นี่เป็นเวลาเที่ยงวันนะเนี่ยะ )
วันเดียวกันนั้นเอง เวลาเกือบ 10 โมงเช้า
พ่อก็มาหาฉันและน้อง พ่อกับฉันเราน้องแยกกันอยู่
ฉันกับน้องอยู่กับแม่ป้าเพราะไม่มีใครดูแล เวลาพ่อต้องเข้าเวร
ส่วนพ่ออยู่คนเดียวที่บ้านหลังนั้น
ฉันและน้องดีใจที่เจอพ่อ โดดกอดกันด้วยความคิดถึง
พ่ออุ้มฉันกับน้องได้พร้อมๆกัน เพราะพ่อแข็งแรงมาก
เป็นทหารที่แข็งแรงและเก่งอีกด้วย
(เป็นเพราะตอนนั้นเราเป็นเด็กตัวเล็กนิดเดียวเอง)
พ่อพูดกับแม่ป้าว่า พี่ผมโดนแล้ว.....
แม่ป้าและพี่ๆต่างก็ตกใจถึงกับผงะ หน้าถอดสีกันเป็นแถว
พ่อเล่าให้แม่ป้าฟังว่า เมื่อคืนผมนอนไม่หลับคิดถึงลูก
คิดว่าจะเอาขนมอะไรมาฝากลูก
และจะพาลูกไปเที่ยวที่ไหนดี เพราะเป็นวันเสาร์อาทิตย์
ผมนอนไม่หลับเลยเอารูปน้องและลูกๆที่ถ่ายกันที่เวียงจันทร์ตอนไปเที่ยวมาดู.....
ให้ตายสิพี่ จู่ๆ ไฟดับ ดับได้ไงเนี่ยะ...
ถ้าดับก็ต้องดับท้งค่ายสิ...... พี่เชื่อมั้ย บ้านอื่นไม่ดับ
ดับบ้านผมหลังเดียวด้วย เพราะผมดันไปคิดถึงน้องเข้าพอดี
ตอนแรกผมคิดว่าบังเอิญมากกว่า...... แต่มันไม่ใช่เลยพี่ .......
สักพักจู่ๆก็มีเสียงน้ำไหล ผมพยายามฟัง มันเป็นเสียงมาจากน้องน้ำนะพี่
ตอนแรกผมคิดว่าผมปิดฝักบัวแน่นแล้ว ทำไมมันไหลได้ล่ะ
บ้านอื่นเปล่า ไม่ใช่เลย บ้านผมเอง....
ผมพยายามกลั้นใจจะเดินเข้าไปปิดน้ำ แต่คิดอะไรออกได้ ผมจึงเดินเปิดประตูหน้าบ้านเพื่อจะได้มีแสงสว่างของไฟข้างทางบ้าง
(ประตูที่เปิดเป็นประตูหน้าบ้าน ซึ่งมีประตูมุ้งลวดกันยุงอีกบานน่ะค่ะ)
ขณะที่จะเดินเข้าไปปิดน้ำ
ผมต้องผงะแทบหงายหลังเลย เพราะในห้องน้ำ มีเสียงคนอาบน้ำพี่...
ใจผมหล่นลงถึงตาตุ่มเลยพี่ มีเสียงคนอาบน้ำ.......จริงๆ ........ ผมเดินต่อไม่ได้แล้วเพราะไม่ใช่แค่เสียงคนอาบน้ำนะพี่
มีเสียงฮัมเพลงด้วย เพลงของ Carpenters เพลง yesterday once more
ใช่เลย.... ขณะที่มีเสียงฮัมเพลงนั้น จู่ๆผมก้ได้กลิ่น
กลิ่นอะไรอ่ะ กลิ่นคุ้นๆ อ๋อ....นั่นมันกลิ่นของกัมมะถันนี่นา
กลิ่นแรงมากพี่ แรงมากๆเลยพี่ แรงจนผมหายใจแทบไม่ออกเลย......
อะไรนี่ มันเกิดอะไรขึ้นพี่ ..... ผมทนไม่ได้ละ...
กลั้นใจวิ่งออกนอกบ้านทันที....
และคืนนั้น พ่อก็ไม่ได้นอนที่บ้านหลังนั้น
ต้องไปนอนบ้านเพื่อนแม่ที่ถัดไปอีก5หลัง
เสียงที่พ่อได้ยินนั้นเป็นเสียงของ
ดวงวิญญาณของแม่น้องที่กำลังอาบน้ำอยู่
และเพลงที่ฮัมนั้นก็เป็นเพลงโปรดของแม่ด้วย
ไม่ว่าแม่จะทำอะไรแม่ก็จะฮัม...เพลงที่ชอบด้วย
และเสียงเพลงที่พ่อได้ยินนั้น มันทำให้รู้ว่า
ผู้ที่อาบน้ำในห้องน้ำนั้นคือแม่น้อง
เสียงที่พ่อได้ยิน กลิ่นที่พ่อได้กลิ่น
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงแค่ การเริ่มต้นเท่านั้น
เริ่มต้นอะไร ก็เป็นการเริ่มต้นของวิญญาณ อาฆาตไง
อาฆาตเรื่องอะไรต้องติดตามต่อ ใน เรื่องของแม่ตอนที่ 5
ขณะที่คุณอาบน้ำ เคยมั้ยที่ได้ยินเสียงฮัมเพลง เพลงที่คุณไม่คุ้น เพลงที่มองไม่เห็นตัวผู้ร้อง..................................................
จากคุณ : เจฉ่าย (เจฉ่าย) - [ 1 ธ.ค. 48 13:24:55 ]